ประเด็นที่ว่า เรามีวิธีการตรวจสอบศักยภาพชุมชนอย่างไร ?

 

อันนี้เข้าหลักวิชาการเรื่องงานพัฒนาชุมชนเพ๊ะเลยครับ ท่านคณาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ขอนแก่นเป็นกลุ่มแรกๆของโลกที่เรียนรู้เรื่องหัวข้อนี้ครับ ที่ภาษาราชการเรียก PRA หรือ Participatory Rural Appraisal หรือ Participatory Rapid Appraisal หรือเรียกว่า การประเมินสภาวะชนบทแบบเร่งด่วน  คือ การเข้าไปศึกษาหมู่บ้านให้ทราบศักยภาพใน 4 ด้านโดยสรุปสั้นๆคือ

 

  • ศักยภาพด้านกายภาพ: เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของหมู่บ้านนั้นๆว่ามีศักยภาพแค่ไหนอย่างไร เช่น ภาพรวมทางลักษณะทางภูมิศาสตร์ เส้นทางคมนาคม แหล่งน้ำ ที่ราบลุ่ม ที่ดอน พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่าเขา ระบบนิเวศเป็นแบบไหน ฯลฯ พัฒนาการของพื้นที่เหล่านี้จากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างไร โดยชาวบ้านเป็นผู้ให้ข้อมูล และมีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาวิเคราะห์นี้โดยตลอด ผลที่ได้คือเรารู้ว่าลักษณะทางภูมิศาสตร์กายภาพของชุมชนนี้มีข้อเด่น ข้อด้อยอย่างไรบ้าง มีศักยภาพด้านนี้อย่างไรบ้าง จะต่อยอดอะไรได้บ้าง จะต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง หน่วยงานไหนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ฯลฯ เราสามารถจัดทำเป็นแผนที่อธิบายศักยภาพเหล่านี้ได้ทั้งแบบลูกทุ่งที่ชาวบ้านทำเองได้ และหรือใช้เทคโนโลยี่ขั้นสูงคือระบบคอมพิวเตอร์ GIS เพราะมีข้อมูลอยู่ในหน่วยงานราชการต่างๆแล้ว

 

  • ศักยภาพด้านชีวภาพ: เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขต่างๆของหมู่บ้าน เช่นปัจจุบันมีจำนวนคนในหมู่บ้านเท่าไหร่ ชาย หญิง หากลงละเอียดไปถึงกลุ่มอายุต่างๆ เพื่อดูศักยภาพด้านคนทำงาน ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ฯ ข้อมูลจำนวนที่ดิน ขนาดการถือครองที่ดิน เอกสารสิทธิ์ที่ดิน จำนวนและขนาดของสาธรณูปโภคต่างๆ โรงเรียน วัด สถานที่ราชการ ฯลฯ จำนวนคนที่อพยพไปขายแรงงาน จำนวนคนที่ไปเรียนหนังสือนอกหมู่บ้าน ฯลฯ

 

  • ศักยภาพด้านเศรษฐกิจ: เป็นการศึกษาเรื่องรายรับรายจ่ายของครัวเรือน ของตัวแทนหมู่บ้าน เรื่องสภาวะหนี้สิน ที่มาของหนี้สิน การลงทุนทางการเกษตร การลงทุนทางการศึกษา และอื่นๆ ระบบการปลูกพืช ฯลฯ ภาพรวมนี้ทำให้เราสภาะทางเศรษฐกิจของครอบครัวและหมู่บ้าน ศักยภาพในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ สภาพปัญหาและอุปสรรคของเศรษฐกิจ จุดเด่นจุดด้อย ฯลฯ

 

  • ศักยภาพด้านสังคม: ซึ่งหมายรวมถึงเรื่องการศึกษาและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย เป็นการศึกษาพัฒนาการทางสังคมของหมู่บ้านในเรื่องของ การตั้งหมู่บ้าน จำนวนคน มาจากไหน ทำไม เผ่าพันธุ์ใด มีอะไรติดตัวมา การทำมาหากิน สภาพแวดล้อม การติดต่อกับสังคมอื่น การเข้ามาของระบบทุน การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆของหมู่บ้าน ระบบความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี บุคลากรที่สำคัญตามโครงสร้างเดิมของชุมชน ฯลฯ สถานภาพปัจจุบันของ ความสัมพันธ์ภายในชุมชน และระหว่างชุมชน ทั้งหมดนี้จะทราบลักษณะทุนทางสังคมอยู่ในสภาพเช่นใด ฯลฯ

 

ข้อมูลทั้งหมดนี้เราสามารถจะหาได้โดยใช้ข้อมูลที่ทางราชการหรือหน่วยงานอื่นๆมีอยู่แล้ว และทำการเก็บข้อมูลสนาม ทำการสัมภาษณ์บุคคลผู้รู้กลุ่มต่างๆในหมู่บ้านโดยการกระจายทั้งผู้ชายผู้หญิง กลุ่มอายุต่างๆ ผู้แทนกลุ่มกิจกรรมต่างๆ  การเก็บข้อมูลสนามนั้นเราจะต้องใช้ทีมงานที่มีความรู้ต่างสาขากัน และมีประสบการณ์ด้านการเก็บข้อมูลมาแล้ว ซึ่งจะต้องผ่านการฝึกอบรมก่อน ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเข้าใจกันก่อน

 

ข้อมูลที่ได้มาจัดทำหมวดหมู่ ดัดแปลงให้อยู่ในรูปที่จะนำมาวิเคราะห์ได้ที่เรียกเครื่องมือต่างๆและทีมงานมาประชุมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยกัน แล้วจัดทำรายงาน  เราก็จะได้รายงานศักยภาพชุมชนนั้นๆในด้านต่างๆที่เราต้องการ  ทั้งหมดนี้ใช้กระบวนวิธีการวิจัยสังคม

วิธีการนี้เป็นที่นิยมกันทั่วโลกว่าเป็นวิธีที่ใช้เวลาสั้นที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุดและสามารถนำไปใช้วางแผนต่างๆได้

 

อย่างไรก็ตามเราก็สามารถย่อรูปแบบกระบวนวิธีนี้ให้เล็กลงมาได้ตามสภาพของวัตถุประสงค์และทรัพยากรที่เรามีอยู่

 

ผมมีเอกสารพอสมควร  ปัจจุบันเวลาจะมีโครงการพัฒนาชุมชนที่ใดๆก็จะต้องใช้กระบวนวิธีนี้จัดการวิเคราะห์ก่อนครับ

 

เพื่อนๆ g2k ก็ผ่านการฝึกอบรมและทำเรื่องนี้มากันหลายท่าน โดยเฉพาะนักวิชาการทั้งหลาย

ผมขอสรุปเอาแบบคร่าวๆ สั้นๆเพียงเท่านี้ครับ