ขอเสนอสิ่งที่อาจไม่เป็นประโยชน์ แต่เป็นมุมมองส่วนตัวที่เกี่ยวกับการทำวิจัยเรื่องสวัสดิการสังคม แบบคนตานก
ข้อแรก สวัสดิการไม่ใช่เรื่องใหม่ รัฐทำอยู่ก่อนแล้ว ชุมชนก็ทำ แต่จะครบถ้วนดีแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง
สำหรับข้อแรก หากต้องการทราบบทบาทของรัฐในระดับจังหวัด การจัดพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเดียว อาจจะดีที่่ได้เข้าใจปัญหา ข้อจำกัด รายละเอียดบางประการ แต่จากประสบการณ์ของตัวเอง พบว่าวิธีดังกล่าวมีข้อจำกัดคือ เจ้าหน้าที่บางคนมาใหม่ไม่ทราบข้อมูล หรือทราบแต่ก็ไม่มีทางที่จะสามารถให้ข้อมูลครบถ้วน เราจึงเห็นภาพไม่หมด
ทางหนึ่งที่จะเข้าใจบทบาทของรัฐให้ชัดขึ้น คือ การนำงบประมาณระดับจังหวัดมาพิจารณา งบประมาณระดับจังหวัด เท่าที่เคยเห็นมาบ้าง จะลงละเอียดระดับโครงการ แยกรายหน่วยงาน (ซึ่งช่วยในการพิจารณารายมิติหรือรายประเด็นได้)
ข้อดีของการดูงบประมาณคือ
- ค่อนข้างครบถ้วนทุกโครงการ
- สัดส่วนของขนาดของงบประมาณรายโครงการหรือรายหน่วยงานเทียบกับงบทั้งหมดของจังหวัด อาจจะช่วยบอกลำดับความสำคัญได้ว่า จังหวัดนี้เน้นงานสวัสดิการด้านไหน และ
- หากงบรายโครงการบอกพื้นที่ทำงาน เช่น ตำบลไหนบ้าง อำเภอไหนบ้างก็จะเห็นภาพการทำงานชัดขึ้น
- งบรายโครงการหรือแผนงาน จะช่วยบอกอย่างชัดเจนว่า มีหน่วยงานไหนบ้างทำงานร่วมกันในโครงการไหน พื้นที่ไหน
- งบประมาณที่ลงในพื้นที่ต่างๆต่อจำนวนประชากรเป้าหมายในพื้นที่นั้นจะช่วยบอกคร่าวๆ เรื่อง ความทั่วถึง และความเพียงพอ เปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ได้
ข้อเสียคือ
- ต้องใช้เวลาในการศึกษาทำความเข้าใจ
- ตัวเลขงบประมาณที่ปรากฎมักไม่ได้บอกค่าจ้างเงินเดือนด้านบุคลากร
- ไม่ได้บ่งชี้ถึง "ประสิทธิภาพ" และการประสานงานแต่อย่างใด
การดูตัวเลขงบประมาณและการจัดคุย จึงเป็นวิธีตานก ตาหนอนที่หนุนเสริมกัน
ส่วนของภาคประชาสังคมก็อาจมีข้อมูลบ้าง
ส่วนของชุมชนต้องจัดคุยและสังเกตอย่างเดียว อาจดูข้อมูลแผนชุมชนได้บ้าง
แผนชุมชน บอกสิ่งที่ชุมชนอยากมี แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่ควรมีเสมอไป และสิ่งที่ควรมีก็อาจไม่ได้ปรากฎอยู่ในแผน (ประสบการณ์อนามัยลำสินธุ์) ด้วยเหตุผลหลายประการ
การนำแผนชุมชนมาศึกษา ประกอบการพูดคุยจัดการความรู้ นักวิจัยอาจช่วยบอกได้ว่า อะไรบ้างที่ขาดไป
ข้อสอง พรบ.สส.การจัดสวัสดิการสังคม เปิดพื้นที่ให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และหนุนเสริมกัน คิดว่าถ้าเห็นภาพในข้อแรกชัด ก็คงช่วยให้บอกได้ชัดขึ้นว่า ยังมีช่องว่างตรงไหนบ้างในระบบปัจจุบัน (ในมิติของเนื้อหาเชิงประเด็น นอกเหนือจากมิติของกลไกการบริหารจัดการ)
ในเวลาที่จำกัด แม้จะผลักดันเชิงกลไกได้ไม่มากนัก แต่อย่างน้อยถ้าบอกว่าได้ว่า ใครทำอะไรอยู่ ยังขาดตรงไหน ก็คงจะมีประโยชน์มากสำหรับการทำงานต่อ (ตัวเองรู้สึกว่า ทีมวิจัยสนใจประเด็นว่าจะหนุนเสริมกันได้อย่างไร)
โจทย์ที่ตั้งไว้ในการแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ จริงๆแล้วต้วเองไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เขียนไว้ให้ผู้ประสานงานพิจารณา เผื่อช่วยเป็นธงในการเคลื่อนงานของนักวิจัย ไปถึงหรือไม่ ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรหลงทิศ ...
เขียนตามความเข้าใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลงประเด็นเสียเองหรือไม่ จึงเขียนทิ้งไว้ให้ผู้ประสานงานพิจารณา .. ก็เท่านั้นค่ะ