สวัสดีครับคุณสุรเชษฐ

ผมอ่านข้อเขียนของคุณสุรเชษฐเกี่ยวกับเรื่อง Oneness แล้ว ซึ่งทำการบันทึกได้ดีมากครับ อันที่จริงความคิดเห็นของผมต่อเรื่องนี้คงไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไรนัก ซึ่งผมขอแสดงความเห็นโดยแบ่งเป็นประเด็นดังนี้

แนวคิดตะวันตก/ตะวันออก

  1. หากอ่านงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติของทางตะวันตกในช่วงสมัยกรีก นักปรัชญาหลายคนมักพูดเสมอเกี่ยวกับมนุษย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ หรือของระบบรวมเสมอ ถึงแม้จะมีการสมมุติเรื่องเทพ เทวดา นางฟ้า ก็จะเป็นการให้สัญลักษณ์ประจำทรัพยากรดิน น้ำ ท้องฟ้า หรืออะไรต่างๆ ว่ามนุษย์เราก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโลกใบนี้ หรือธรรมชาติทั้งมวล ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันหมด ส่วนเรื่องกายาที่ปัจจุบันพูดคุยกันมาก ผมถือว่าเป็นวาทกรรมที่คนรุ่นนี้ ร่วมสร้างกันขึ้นมาเพื่อสื่อสารกันเป็นภาษาเดียวกันเท่านั้น
  2. แนวคิดทางตะวันออก เสนอเรื่อง Oneness มานานมากแล้ว ซึ่งแฝงอยู่ในหลักศาสนาไม่ว่าจะเป็นของอิสลาม ฮินดู พุทธ เต๋า เซน และอื่นๆ แต่ความคิดทุกความคิดมันก็มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย และฟื้นคืนชีพมาได้อีก ผมก็ว่ามันเป็นภาวะการณ์ธรรมชาตินะครับ ดังนั้น คนเราก็มักชื่นชมอยู่ระยะหนึ่ง ลืมไประยะหนึ่ง และก็คิดถึงมันอีกระยะหนึ่ง ไม่ต่างจากวัฒนธรรมกรีกโบราณ
  3. ระบบทุนนิยมและแนวคิดวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ต่อต้านแนวคิดเกี่ยวกับ Oneness เพราะแนวคิดทุนนิยมมีพื้นฐานหลักที่ต้องการแบ่งแยกคนในสังคมให้เกิดระบบชนชั้น เพื่อการจัดสรรแรงงานและหน้าที่ ในการบรรลุเป้าหมายของการผลิด ขาย และการสะสมทุน นอกจากนี้ยังต้องการให้เกิด uneven development ด้วย เพราะหากเกิดความเท่าเทียมกันในสังคมทั้งหมด ระบบทุนนิยมก็จะตาย ส่วนแนวคิดวิทยาศาสตร์มีฐานการคิดแบบแยกส่วนอยู่แล้ว เพื่อความสะดวกสบายในการศึกษาสิ่งต่างๆ เพราะฉะนั้นจะพบได้ว่า ยิ่งศึกษาแยกส่วนมันทำให้มีการศึกษาเจาะลึกได้ดี แต่มีข้อด้อยของการนำผลการศึกษามาเชื่อมโยงหาความสัมพันธ์กันทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์จึงพูดคุยเรื่อง Oneness แบบจริงจังไม่เป็น ด้วยเหตุนี้จึงมักเป็นเครื่องมือให้นายทุนเสมอ ในการให้ทำวิจัยเชิงลึกเพื่อการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้น เราคงไม่มีคอมพิวเตอร์มานั่งพิมพ์งาน ซึ่งมันก็จะกลายเป็นขยะที่เราไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไรอีก

การนำเสนอของฝรั่ง

  1. ฝรั่งเก่งในการนำเสนอแนวคิดตะวันตกและตะวันออกให้กับคนเอเชียและอัฟริกันได้อย่างคล่องแคล่วและน่าสนใจเสมอ ซึ่งพวกเรามักจะนึกด่าตัวเองอยู่ลึกๆ ว่า สิ่งที่ฝรั่งพูดให้เราฟัง ก็เป็นสิ่งที่พวกเรามักรู้อยู่นานแล้ว แต่พูดนำเสนอแบบเขาไม่เป็น ทำไมเขาพูดเราไม่ค่อยง่วง เวลาคนไทย หรือคนสายพันธุ์เดียวกันพูดแล้วลิงหลับ!
  2.  ฝรั่งมักเกาะติดกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเขาเป็นอย่างยิ่ง ฝรั่งมักเจาะลึกอยู่กับเรื่องที่สนใจนั้นนานปี จนกว่าจะเบื่อแล้วค่อยเบนเข็มไปสนใจเรื่องอื่นๆ ในขณะที่พวกเรามีความสนใจสั้น เบื่อเร็ว แล้วมักบอกตัวเองว่า "รู้แล้ว" แต่ก็อีกนั่นล่ะครับ ส่วนใหญ่ คือ รู้แล้วแต่ขาดปฏิบัติอีกต่างหาก

ตัวเราเอง/ตัวคนอื่น

  1. เมื่อเราเรียนรู้อะไร ขอให้เริ่มจากตัวเราเองก่อนครับ ส่วนใหญ่คนทั่วไปมักไปคิดแต่ผู้อื่น สังเกตและติเตียนคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ เราเปลี่ยนแปลงผู้อื่นยากมากกว่าเปลี่ยนแปลงตนเอง
  2. เมื่อเราเปลี่ยนแปลงตนเองได้ โลกทั้งโลก หรือสิ่งที่แวดล้อมเรา ก็จะดูเปลี่ยนไปได้ครับ อย่าลืมว่า ให้ทำแต่ความดี แล้วความดีจะสนองกลับ ซึ่งหากทำแต่ความชั่ว ความชั่วก็จะสนองกลับเช่นกัน
  3. ให้ดำเนินการทุกอย่าง อย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน และทำอย่างมีสติ แล้วผลที่ตามมาจะดีเอง

สิทธิพงษ์