กราบสวัสดีครับ

    หากเราปลูกต้นไ้ม้ เพื่อสร้างความสีเขียวในพื้นที่ ก็คงดีซิครับ แต่หากเราปลูกเหมือนเราเลี้ยงหมู ที่ขุนให้โตๆ เพื่อรอวันเชือดนะครับ ยังไงก็ขาดปราณอยู่ดีในวันหนึ่ง อย่างยูคาฯ บ้านท่านครูฯ จะกล้าโค่นไหม ต้นที่อายุยี่ิิสิบกว่าปีนะครับ กล้าโค่นไหมครับ? อิๆๆๆๆ เตรียมที่อยู่ใหม่ให้เทวดาด้วยนะครับ (ดั่งที่คนบอกว่า ยูคาฯ คืนให้กับแวดล้อมหลังอายุสิบปี แต่ปัญหามันคือจุดประสงค์ของการปลูกยูคาฯในหลายที่เพื่อโค่น และโค่นกันในวง 4-6 ปี แล้วจะเหลือตอยูคาฯ ให้คืนกลับสู่สภาพแวดล้อมได้อย่างไร? พอแตกแขนงใหม่ ก็โค่นในวงรอบเดิม...ท้ายที่สุด สาัรอาหารในดินติดลบ...อิอิ ส่วนการคืนให้สภาพแวดล้อม นั้นเหลือแต่โคนคงคืนให้บ่ได้แน่ๆ ครับ แม้ว่าอายุโคนจะเกินสิบกว่าปีก็ตาม)

    หากเราปลูกต้นไม้เพื่อต้นไม้...เหมือนล้างจานเพื่อล้างจาน...ป่าไม้ก็คงเขียวทั่วไปครับ

ต่อมาคือการวางแผนว่าจะปลูกต้นอะไร นั่นคือสิ่งที่ต้องทบทวนเช่นกันครับ การปลูกอะไร ทำอะไรในยุคทุนนี้ คนเราจะใจร้อน อยากเห็นผลไวๆ รอปลูกด้วยเมล็ดนั้น มันโตไม่ทันใจนะครับ ดังนั้นต้นไม้โตเร็ว จึงทำให้คนเห็นพลัง หากเชื่อมกับแนวทางเศรษฐกิจเข้าไปก็ไม่ธรรมดาครับ  หากมีโครงการปลูกยูคาฯ ล้านไร่ นี่ก็น่าคิดนะครับ.....

ต้นไม้ที่จะตอบเราได้ดี ในอดีตมีคำตอบอยู่ คงต้องปลุกบรรพบุรุษกันมาเข้าทรงแล้วถามกันล่ะครับ เพราะว่าหลายๆ ที่วิญญาณของต้นไม้หายไปหมดแล้ว อิอิ

กราบขอบพระคุณมากครับ