สวัสดีครับ คุณWasawat Deemarn

ข้อเขียนของคุณWasawat Deemarn ที่นำมาเล่านั้นช่างเขียนเล่าได้ชัดเจนดีแท้ แต่บนโลกใบนี้ มนุษย์มักขาดความละเอียดอ่อนต่อความเข้าใจความจริงแท้ของชีวิต ไม่ว่าเขา หรือใครคนนนั้จะอยู่ในภาวะใดก็ตาม หากชีวิตเป็นดั่งศิลปิน ผมมักจะนึกศิลปินที่ก่อนงานจะเสร็จสิ้นงานวาดภาพ ศิลปินที่วาดภาพชิ้นงานออกมาแต่ละชิ้นนั้น ย่อมรู้แก่ใจว่าจะหยุดหรือ จบลงตรง ณ จุดใด ให้มีความพอดี ก็คือ การรู้จักเก็บรายละเอียด

ดังนั้นความเป็นของชีวิตของภาวะที่อยู่ภายใน และชีวิตที่อยู่ภายนอก ต้องสร้างให้เกิดสมดุลหรือมีภาวะดุลยภาพ ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในกระแสเลียนแบบกันตามการบริโภคนิยม ในที่นี้ร่วมไปถึงการมีชนชั้นสถานภาพสังคมที่คล้ายคลึงกันจนไม่ค่อยเข้าใจถึงความหลากหลายของความแตกต่างของสรรพสิ่งทั้งหลาย เช่น บางครั้งเวลาเราเดินไปในกลุ่มที่ทำงานด้วยกัน จนเรารู้สึกมีความรู้สึกเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ไม่และหรือพยายามขยายวงไปสร้างสายสัมพันธ์สรรพสิ่งอื่นๆ เหมือนดักแด้ที่อยู่แต่ในโลกของตัวเอง เศร้ามาก ครับ สำหรับสังคมยุคสมัยนี้ ไม่ทราบว่า คุณWasawat Deemarn คิดว่าอย่างไรครับ

เดียวก่อนะครับ คุณWasawat Deemarn ผมขอลุกจากที่นั่งก่อนเพื่อเดินไปที่ตู้หนังสือส่วนตัว เพื่อหยิบหนังสือสักเล่ม เป็นบทสรุป หวังว่าคุณWasawat Deemarn ไม่ว่ากันนะครับ จาก เรื่องขุนเขายะเยือก บทกวีของผู้สันโดษฮั่นชาน พจนา จันทรสันติ ถอดความจาก Cold Mountain ของ Berton Watson กล่าวไว้

ข้าพเจ้าติดหนังสือไปด้วยขณะเมื่อทำงานในทุ่ง

ในวัยหนุ่ม เมื่อข้าพเจ้ายังอาศัยอยู่กับพี่ชาย

ผู้คนพากันนินทาว่าร้าย

แม้แต่เมียก็ยังไม่พอใจ

บัดนี้ ข้าพเจ้าได้ตัดจากโลกีย์วิสัย

ใช้เวลาท่องเที่ยวสัญจรอ่านหนังสือตามใจชอบ

มีใครเล่าที่จะเมตตาเทน้ำลง

เพื่อช่วยเหลือชีวิตปลาในรอยเกวียน

สวสัดีครับ คุณWasawat Deemarn