นี่เป็นบทคัดย่อที่ผมส่งไปครับ แต่เขาลงหนังสือให้ไม่ทัน น่าเสียดายจริงๆ เลยเอามาลงในนี้ดีกว่า เนื้อหาก็คล้ายๆกับที่เคยเขียนไปนั่นแหละครับ

การดูแลสตรีแท้งบุตร : บทเรียนจากชีวิตของอาจารย์แพทย์คนหนึ่ง

นายแพทย์ธนพันธ์ ชูบุญ

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

                มันเป็นบาป มันเป็นการทำลายชีวิต สิ่งมีชีวิตในท้องมีสิทธิ์ที่จะเกิดมาดูโลก เราอย่าไปกำหนดชีวิตใครว่าจะอยู่หรือจะเอาออก ผมเกลียดการทำแท้ง นานาทัศนะดังกล่าว คือความเป็นปกติของแพทย์ส่วนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่ในสังคมไทยนี้ก็ได้ ตราบเท่าที่สังคมยังใช้อารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้งในการตัดสินใจอันใดอันหนึ่งที่มีความล่อแหลมทางจริยธรรมอย่างเช่นเรื่อง ทำแท้ง

                ทัศนคติของหมอนั้นมีผลอย่างยิ่งต่อการให้บริการสตรีที่มีปัญหาเรื่องการแท้ง ในแต่ละเดือนแต่ละปี หมอสูติแทบทุกคนคงได้พบเจอกับหญิงกลุ่มหนึ่งที่มาขอให้ช่วยทำแท้งให้ การบริการหญิงเหล่านั้นเป็นไปในทิศทางใดย่อมขึ้นตรงกับทัศนคติของหมอที่เธอมาพบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนอาจจะถูกด่ากลับออกมาจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ในขณะที่บางคน (ที่เข้าถูกห้อง) จะออกมาพร้อมกับความเข้าใจในชีวิตที่ดีขึ้น ผมน่าจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลสตรีแท้งบุตร สิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ คือชีวิตของผู้ให้บริการทางสาธารณสุขคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งหมอ อาจารย์ของหมอ พ่อของลูกสาว และคนที่เคยมองผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มาขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์ว่าเป็นคนไม่ดี จนวันนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในคนที่ทำแท้งเป็น สอนคนอื่นให้ทำแท้งเป็น และที่สำคัญสอนให้ลูกศิษย์มองหญิงที่มีปัญหาเหล่านั้นอย่างเข้าใจ

                เมื่อครั้งที่เป็นนักศึกษาแพทย์อยู่นั้น จำได้ว่าผมมีความสุขที่สุดเมื่อได้มาหมุนเวียนอยู่ในกองสูติฯ ได้ตรวจภายใน ได้เฝ้าและทำคลอด รู้สึกว่ามันถูกจริตกับผมไปเสียทุกอย่าง ผมรอที่จะทำคลอดเป็นคนสุดท้ายของชั้นปี ก่อนที่จะวิ่งไปส่งเพื่อนๆที่สถานีรถไฟตอนปิดเทอม และในวันนั้นผมก็ทำคลอดทารกที่ไม่มีกะโหลกออกมา และเขาก็เป็นคนเดียวกับที่ผมเคยตรวจครรภ์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นด้วยโดยคิดว่าเขาตั้งครรภ์ปกติ เย็นวันนั้นผมจึงตั้งสินใจได้ทันที ว่าจะเรียนต่อในสาขานี้แหละ

                ความตั้งใจที่จะเป็นสูตินรีแพทย์ที่ดีของผมนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากแบบอย่างที่ดีของอาจารย์แพทย์ที่สอนผมมา ผู้เป็นต้นแบบนั้นมีความสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตของเรา สิ่งที่ท่านสอนหรือปฏิบัติให้ดูนั้นจะเป็นเสมือนหนึ่งพิมพ์ต้นแบบที่ผลิตความเป็นเราออกมาเลย ผมเองก็เป็นเช่นนั้น ผมได้รับการสอนสั่งมาว่า การทำแท้งนั้นเป็นสิ่งที่สูติแพทย์ที่ดีควรเลี่ยง ถูกสั่งสอนมาว่า การทำแท้งนั้นพึงกระทำได้ในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด นั่นคือ การตั้งครรภ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมารดา และอีกกรณีหนึ่งก็คือการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการถูกข่มขืนกระทำชำเรา ยกเว้นให้กรณีหนึ่งก็คือ การตั้งครรภ์ที่เราพิสูจน์ได้ว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติอย่างรุนแรง เราสามารถทำได้ทั้งๆที่ผิดกฎหมาย แต่นั่นคือ “norm of practice” นอกเหนือจากนี้แล้วพึงเลี่ยง

                สนทนาประสาครูศิษย์ครั้งหนึ่งที่เป็นปฐมบทของแนวคิดผม

ถ้าเราทราบว่า อย่างไรเสียเขาก็ไปทำแท้งอยู่ดี แล้วอย่างนี้ทำไมไม่แนะนำให้ไปหาคนที่เราทราบว่าให้บริการทำแท้ง และทำได้อย่างดีทำเสียละผมถาม

การที่เราไปยืมมือคนอื่นมาทำแท้งให้ มันก็เป็นการทำแท้งนั่นแหละ อาจารย์ที่เคารพตอบ

ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไปทำแท้งเถื่อน แล้วมาหาเราเพื่อรักษาอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง อย่างนี้ไม่ยิ่งแย่ไปใหญ่หรือผมแย้ง

เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจให้เขาไปเสียทุกเรื่อง นั่นก็เป็นผลจากการกระทำของเขาเอง เขาไปทำแท้งเถื่อน ติดเชื้อ ก็เป็นกรรมของเขาเอง เราไม่ต้องเข้าไปอยู่ในวงจรหรือบ่วงกรรมของเขาหรอก อาจารย์แนะนำ

แล้วจะให้ผมทำตัวอย่างไรดีครับ

วางเฉย คือคำตอบสุดท้าย

                นี่แทบจะเป็นวาทะแห่งชีวิต ที่ส่งผลให้ผมนำไปเป็นแบบอย่าง นี่คงเป็นทางเดินของสูติแพทย์ที่ดีกระมัง เพราะตั้งแต่จบออกมาผมก็ไม่ทำแท้งในกรณีที่มีความจำเป็นทางด้านเศรษฐานะหรือทางด้านสังคมเลย ไม่แม้กระทั่งจะแนะนำให้ไปที่อื่นที่คิดว่าทำได้ดี ไม่แม้กระทั่งจะให้คำแนะนำด้านอื่นๆที่มีความจำเป็น เช่น การคุมกำเนิด ผลเสียจากการทำแท้งเถื่อน เป็นต้น หลายครั้งที่มีแม่คนหนึ่งพาลูกสาวมาที่ห้องตรวจของผมเพื่อขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์ ผมก็จะไม่ใยดี ไม่สนใจที่จะดูต่อ แถมด้วยความรู้สึกเสียอารมณ์และแสดงให้เห็นเป็นของแถมกลับไปด้วย คนไข้ที่มาห้องฉุกเฉินด้วยเรื่องปัญหาจากการไปทำแท้งมาก็จะได้รับบริการอย่างไม่เป็นมิตร เราประทุษร้ายเขาด้วยวาจาและท่าที แม้การซักประวัติก็ยังก่อให้เกิดความบอบช้ำทางใจมากขึ้น เรียกว่า เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ นี่ผมทำอะไรลงไป!

                จนวันหนึ่ง วันที่ได้มีโอกาสเดินออกจากภาควิชาบ้าง ผมได้ไปร่วมประชุมเรื่อง การดูแลสตรีแท้งบุตร ซึ่งจัดโดยกองอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้มีโอกาสเจอผู้คนอีกมากมายที่มิใช่หมอ ท่านเหล่านั้นเป็นนักวิจัย เป็นนักขับเคลื่อนทางสังคม นักกฎหมาย รวมทั้งเจออาจารย์แพทย์จากอีกหลายๆที่มาประชุมร่วมกัน ผมจึงได้เริ่มมองออกนอกตัวเองบ้าง หัดมองในมุมของคนที่ท้องเอง คนที่ท้องแล้วมีความไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง คนที่มีปัญหาแบบที่เราไม่เคยเจอเอง ผมก็เริ่มพบว่า คนคนหนึ่งที่มีปัญหานั้น มันไม่ได้มีเฉพาะปัญหาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ปัญหาทางด้านสังคม ปัญหาทางจิตวิญญาณก็มีไม่น้อยไปกว่าปัญหาทางกายเลย

ไม่มีใครที่ต้องการท้องเพื่อที่จะไปทำแท้ง

 

มีใครเกิดมาแล้ว ไม่เคยทำผิดพลาดไปบ้าง

 

เขาคิดแล้วคิดอีก กว่าที่จะได้ข้อสรุปว่าต้องทำแท้ง

ปัญหานี้พ่อแม่ก็รู้ไม่ได้ เพราะท่านมีลูกคนเดียว ก็คือคนที่มีปัญหานี้

แล้วลูกอีก 3 คนจะอยู่อย่างไร เงินที่มีอยู่นี้ก็แทบไม่พอจะยาไส้อยู่แล้ว

แฟนไม่ยอมให้คุมกำเนิด ไม่ให้ทำหมัน ไม่ยอมใส่ถุงยาง แล้วจะให้ทำอย่างไร

    

            เหล่านี้ล้วนพรั่งพรูออกมาให้เข้าสมองกบอย่างผม แต่ก็ยังไม่รู้สึกแตกฉานไปสักเท่าไหร่ ผมก็เพียงแต่พยายามครุ่นคิดไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งจึงได้พบกับคนไข้ของเพื่อนอาจารย์แพทย์ด้วยกัน เธอคนนั้นไปทำแท้งเถื่อนมา คืนนั้นมีไข้สูงมากแต่เนื้อตัวซีดเซียว ระดับความดันโลหิตต่ำจนแทบจะวัดไม่ได้ การติดเชื้อรุนแรงจนทีมแพทย์รู้สึกได้ เธอได้รับการขูดมดลูกในคืนนั้นเพื่อเอาสิ่งติดเชื้อออกมาจากโพรงมดลูก แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้อาการไตวายของเธอดีขึ้น ตลอดทั้งคืนเธอแทบไม่มีปัสสาวะไหลออกมาเลย แถมยังเริ่มมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองเพิ่มขึ้นมาอีก นี่คืออาการตับวายที่ตามมาจากการติดเชื้อ หนึ่งวันผ่านไปก็ยังไม่มีทีท่าที่จะดีขึ้น ผลการตรวจเพิ่มเติมพบว่า น่าจะมีการติดเชื้อโดยเชื้อที่ทำให้เกิดแก๊สในโพรงมดลูก ทีมรักษาจึงพาไปเข้าห้องผ่าตัดอีกรอบเพื่อตัดมดลูกออก สิ่งที่พบเห็นก็คือ มดลูกสีคล้ำ สภาพเน่าและลามไปยังรังไข่ทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งมัดกล้ามเนื้อสันในด้านขวาที่อยู่ใกล้เคียงกัน การรักษาก็คือ ตัดมดลูกและรังไข่ในผู้หญิงอายุ 20 ปีต้นๆ มัดกล้ามเนื้อสันในนั้นก็พลอยถูกลอกตัดออกไปด้วย กระบวนการทำลายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเธอไม่มีอาการดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย บ่ายวันนั้นเราเริ่มเห็นตุ่มน้ำพองบริเวณต้นขาขวา นั่นคงเป็นการติดเชื้อแบบเดียวกับในโพรงมดลูกนั่นเอง ถึงตรงนี้เราแทบถอดใจ เพราะการรักษาคงเป็นการตัดขาข้างนั้นทิ้งไปเสีย แต่คิดกันอย่างไรก็ไม่ทราบ เราเลือกที่จะไม่ตัด แต่กรีดต้นขาด้านนั้นเพื่อให้มันได้สัมผัสอากาศ ลอกเอากล้ามเนื้ออีกมัดที่ติดเชื้อออกไป แล้วภาวนา เธอรอด! รอดแต่พิการ ขาเป๋และกินฮอร์โมนไปอีกนาน

                บทเรียนนี้คุ้มค่า เพราะได้มีโอกาสมานั่งตรึกตรองว่า ถ้าเขาไม่ท้องก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ถ้าเขารู้จักวิธีการคุมกำเนิดและใช้มันก็คงไม่ท้อง เขาท้องเมื่อไม่พร้อมจึงต้องไปทำแท้ง ถ้ามีคนทำแท้งให้อย่างดีก็คงไม่ต้องบาดเจ็บปางตายเช่นนี้ แล้วถ้าเธอตายไป พ่อแม่จะเป็นอย่างไร ถ้าเขามีลูกอยู่ที่บ้านแล้วใครจะดูแลต่อ แล้วตอนนี้ก็กลายเป็นคนพิการแบบนี้จะไปทำงานที่ไหนได้อีกบ้าง

                  เมื่อคิดได้ มันก็เกิดความเสียใจ เสียใจในสิ่งที่เคยทำไป คนไข้ที่เราปฏิเสธเขาไปอย่างไม่ใยดีเขาจะไปเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้ เมื่อตั้งสติได้ก็เลยบอกตัวเองว่า ต่อไปนี้จะเริ่มต้นใหม่ แล้วจะเริ่มอย่างไรดี ก็เริ่มที่ตัวเองนั่นแหละ จากนั้นก็ค่อยๆแทรกซึมแนวคิดไปยังเพื่อนๆที่เป็นอาจารย์ด้วยกัน เสวนาเรื่องนี้กัน จัดช่วงเวลาจริยธรรมสาธกว่าด้วยเรื่องแท้ง เริ่มสอนให้เพื่อนอาจารย์และลูกศิษย์ทราบว่า มาตรา 305 นั้นมีมากกว่าการท้องจากการถูกข่มขืน แนะนำเรื่อง ข้อบังคับแพทยสภาว่าหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ฯ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนปัจจุบันเรามีความเข้าใจกันมากขึ้น ทัศนคติของบรรดาลูกศิษย์ที่เป็นแพทย์ใช้ทุน แพทย์ประจำบ้านเป็นไปในแนวทางที่เห็นใจผู้มาขอรับบริการ นักศึกษาแพทย์ก็ได้อานิสงค์จากการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนการสอน จริยธรรมสาธกยังคงเป็นเครื่องมือที่ใช้เป็นประจำในด้านการเรียนการสอน การดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องนี้ก็เป็นแบบอย่างให้พวกลูกศิษย์ได้เห็น สอนให้คิด สอนให้มองด้านอื่นที่นอกเหนือไปจากด้านการแพทย์

ผลจากความพยายามก็เริ่มเป็นผลเมื่อเวลาผ่านไปร่วมปี ทุกวันนี้สามารถพูดได้ว่าเราให้บริการได้อย่างมีองค์รวม เชื่อไหมว่า ท้ายที่สุดแล้วผมเองก็ยังมิใช่คนที่ให้บริการทำแท้งไปเสียทุกครั้ง เพราะเมื่อใดที่มีคนมาขอรับบริการ เหล่าบรรดาลูกศิษย์ก็จะอาสามาทำแทนอาจารย์เองก็หลายครั้ง

จริงอยู่ที่ว่า การทำแท้งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้นเหตุมันคือการมีเพศสัมพันธ์ แต่การแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นบางทีมันก็ยากเสียเหลือเกิน ยากพอๆกับการห้ามเด็กสมัยนี้ไม่ให้ไปเรียนพิเศษนั่นแหละ ตราบเท่าที่ระบบการศึกษาของเรายังไม่เอื้อให้กับการป้องกัน ตราบเท่าที่ยังมีคนออกมาร้องแย๊วๆบอกว่า การสอนเรื่องนี้จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก แต่ในฐานะของแพทย์คนหนึ่ง ผมต้องป้องกันไม่ให้ผู้หญิงต้องเกิดการสูญเสียสุขภาพไปกับการสิ่งที่เราป้องกันได้ การป้องกันการแท้งที่ไม่ปลอดภัย คือการให้บริการอย่างรอบด้าน การให้คำแนะนำปรึกษา การชี้นำทางเลือก รวมถึงท้ายที่สุดก็คือการทำแท้งนั่นเอง คนไข้ที่ผ่านมาในระบบบริการของผมและทีมต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดครับ