- มันไม่ใช่ความผิดของข้าราชการที่รับผิดชอบเรื่องฝึกอบรม ผมว่าท่านครูบาก็เห็นตรงนี้
- แต่กระบวนการฝึกอบรมภายใต้ระบบราชการที่มีระเบียบรัดตรึงอยู่นั้นเมื่อสมัยกรุงธนบุรีก็ไม่แปลก แต่นี่เขาไปถึงยุคนาโนกันแล้ว ยังใช้ระเบียบเดิมอยู่ ล้าหลังยิ่งกว่าประเทศลาวอีกครับ อ้าวจริงๆนา
- กระบวนการเรียนรู้เขาพัฒนาไปไกลแล้ว ไม่เชื่อถามน้องคนดอย น้องยอดดอย น้องเอก และอีกหลายๆคนซิ ฝ่ายเอกชนเขสตั้งฝ่าย HRD พัฒนากันมาไกลแล้ว
- ราชการปฏิรูปเพื่อให้ใช้หลักจิ๋วแต่แจ๋ว คนน้อยแต่มีประสิทธิภาพ ผมว่ามันไม่ใช่จิ๋วแต่แจ๋ว มันจิ๋วแล้วก็กะจิ๋วหลิว ลงไปเรื่อยๆ เห็นใจเจ้าหน้าที่ เห็นใจผู้รับผิดชอบที่ถูกครอบด้วยระบบระเบียบที่สลัดไม่หลุด
- ดีหน่อยบางหน่วยที่หัวหน้างานเข้าใจก็ยืดหยุ่นพอไปได้แต่ก็เสียวๆ วันไหลลูกน้องโกรธ ไม่พอใจขึ้นมาก็จะงัดหลักฐานเอามาฟาดฟันกัน
- ผมทำงานนี้อยู่ก็โดนกรอบระบบบีบซะอยู่เลยเหมือนกัน เพราะเราทำงานภายใต้ระเบียบราชการ สัมมนาชาวบ้านก็บังคับให้จัดที่โรงแรม จะ....หรือ ฝ่ายการเงินอ้างว่าจัดในหมู่บ้านเบิกไม่ได้ แต่นโยบายข้างบนบอกว่าต้องสร้างการมีส่วนร่วม ต้องสร้างคุณภาพเพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติ ต้องติดตามประเมินผล ตามสูตร..แหมอยากให้คนพูดมาทำเองจังเลย แล้วผมจะเป็นคนประเมินผมให้ เอ้าไม่คิดตังค์ หรอก ทำให้ฟรีๆเลย จะเอาแบบลึกแบบตื้นแค่ไหนได้...
- มันล้าสมัยเสียจนไปอวดประเทศลาว ก็ไม่ได้
- ยิ่งเวียตนามก้าวกระโดด.... ไหนรังเกียจกันจังว่าเป็นประเทศสังคมนิยม แต่ความก้าวหน้าเรื่องการศึกษาเขามีอัตรเร่งมากกว่าประเทศไทย(ทวีมีชัยชะโย)ของเราหลายเท่าตัวนัก อีกหน่อยข้าราชการระดับสูงก็ไปดูงานจากเขาแล้ว (หาเรื่องไปเที่ยว)
- อย่าหาว่าเข้ามาบ่นเลยนะครับ..ท่าน ก็เห็นท่านครูบาจัดหลักสูตรแบบหมุนตามผู้เรียน ซึ่งมันเหนื่อยเอาการนะครับ เพราะสมองมันคิดตลอดเวลาว่า เฮ้ย รูปการณ์เป็นแบบนี้ เอาไงกันดี.. หากให้น้องออตเอาน้ำใส่แก้วไปแนบกระหม่อมท่านครูบานี่ เผลอๆอาจจะร้อนชงกาแฟได้เลยนะซิอ้าว สมองมันร้อยเพราะถูกใช้งาน
- หากหมดภาระหน้าที่ แล้วจะมาเปิดห้องเรียนช่วยครูบากันซักตั้ง มานั่งเขียนประสบการณ์ห้องเรียนสวนป่าที่นี่แหละ เสนอปริญญาดุษฎีบัญฑิตมหาวิทยาลัยประเทศลาวให้รู้แล้วรู้แรดไปเลย อิอิ..