เห็นด้วยกับฝันร้ายของวงการศึกษา   เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ  ผมคนหนึ่งละที่ได้เคยเล่าแจ้งแถลงไขและก็เรียกร้องเรื่องนี้มานานพอสมควรแต่ก็เหมือนกับเป่าสาก(ขอโทษนะครับหากคิดว่าไม่สุภาพ) มันไม่มีอะไรสะท้อนกลับมาในทางที่ดีขึ้นเลย  ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิมไม่ว่าระดับไหนๆ จะกระทู้ไปในเวปของเขต  ของกระทรวงหรือของรมต.  แม้กระทั่งเสนอด้วยคำพูดต่อผู้บริหารระดับต่างๆหรือใครต่อใครที่รับผิดชอบเรื่องนี้รวมไปถึงเคยตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นในการสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา หวังเพียงเพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกระดับหันหน้ามาแลเหลียวเรื่องพวกนี้บ้าง หันหน้ามาคิดมาพิจารณาบ้างอย่างน้อยหากคิดว่าอยากรู้ปัญหาจริงๆก็น่าจะจัดให้มีการประชุมสัมมนาเชิงปฎิบัติการ เอาครูผู้สอนเอาผู้เกี่ยวข้องมานั่งจับเขาคุยกันหาเหตุหาผลหาหนทางปรับปรงแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้ โดยเฉพาะพวกที่อาศัยอยู่บนหอคอยงาช้าง มองการณ์ไกลสายตายาวจนลืมที่จะก้มมองดูเท้าของตนเอง ผมยอมรับการมองไกลเป็นสิ่งที่ดีแต่มันต้องมีวิธีมอง อยู่หอคอยสูงมองไปไกลอย่างเดียวไม่ได้มันต้องมองที่เท้าหรือโคนหอคอยที่ตนเองอาศัยอยู่ก่อนแล้วค่อยๆมองไกลออกไปๆจึงจะถูก หากท่านมองไกลอย่างเดียวข้าศึกโจมตีหอคอยทุบโคนหอคอยท่านก็ไม่เห็นไม่รู้กว่าจะรู้ก็คงสายเกินแก้   ขอบคุณบล๊อกนี้ที่ได้จุดประกาย และก็คิดว่าอย่างน้อยคงมีคนที่เกี่ยวข้องคนมีอำนาจคงมีโอกาสเข้ามามองมาแลตรงนี้และก็นำไปคิดนำไปหาวิธีการแก้ไขปัญหาอนาคตของชาติก่อนที่จะสายเกินแก้  และอยากขอร้องว่า

กรุณาอย่าเข้ามาแค่อ่านผ่านผ่านเลย       กรุณาอย่าเฉยเมยต่อปัญหา

กรุณาใส่ใจและนำพา                                แก้ปัญหาอนาคตของชาติไทย

ไทยจงคงดำรงอยู่ได้ใช่ใครอื่น                 ทุกคนต้องยื่นมือมาช่วยแก้ไข

ทำอย่างไรให้ไทยเป็นไทย                        ควรย้อนไปหรือเดินต่อก็ลองดู