สวัสดีครับ อ.ทิพวัลย์
ดีใจครับที่อาจารย์เข้ามาเยี่ยม แล้วก็มักจะฝากกำลังใจดี ๆ ไว้ให้ทุกครั้งไป
ครับผม ที่จริงก็ไม่เครียดนะครับ ก็พอทราบบ้างครับว่า มีบางอย่างที่นอกเหนือการรับรู้จริง ๆ ครับ ยิ่งห่างไกลจากเมืองหลวงออกไป ยิ่งแย่เข้าไป วันนี้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ก็ได้ยินวงสนทนาเล็ก ๆ ทางการเมือง ( ปัจจุบันผมเลิกพูดเรื่องนี้กับชาวบ้านแล้ว ยกเว้นเรื่องในทางการปกครอง ) วงสนทนานั่นพูดไปถึงมือที่มองไม่เห็น ซึ่งความเข้าใจของเขาก็เป็นความเข้าใจอีกแบบ นั่นสิครับ แล้วคำที่เรียกเช่นนั้น คิดขึ้นมาจากไหนกัน
เราก็ทำความไม่รู้ให้เกิดขึ้นกับผู้คนในประเทศเราที่การเรียนรู้ต่างกันมากอย่างนี้ ตลอดเวลา
"สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น" พูดตอนไหนก็ใช้ได้ตอนนั้นน่ะครับ แต่สิ่งที่เห็น ก็ย่อมมีเหตุที่มาอย่างแน่นอน มีคนพูดให้ผมฟังอย่าง ที่อาจารย์เล่าเลยครับ ว่ามีอีกหลายอย่างที่สังคมภายนอกไม่รู้
ก็สุดจะรู้ได้ล่ะครับ ผมยอมรับ
ทำใส ๆ อืม...มันก็ต้องทำน่ะครับ อย่างทุกวันนี้ผมติดตามการเมืองน้อยลง ก็เพราะทำใส ๆ ไม่รู้ไม่ชี้ ทำหน้าที่ของผมให้สมกับเป็นผู้บริการประชาชน ( ไม่ใช่รับใช้พี่น้องประชาชน คำนี้พวกคนสร้างภาพ พูดให้คนไม่รู้ฟัง ) ผมเชื่อในความดีครับ เพราะอยู่ตรงหน้าเวลาเช้าทุกเช้า ( คนไข้มารับบริการ ) ใครจะเอานักเลงมาเป็น รมต.ช หรือ เลขา รมต. ว อะไรก็ตามไม่ได้ใส่ใจ ( อ้าวว่าจะแบบ ใสใสแล้วเชียว เผลออยู่เรื่อย )
ผู้นำที่เราปรารถนา คงไม่มีหรอกครับ เป็นแค่สังคมอุดมคติเท่านั้น แค่เป็นผู้นำที่มุ่งหมายที่การนำพาสังคมไปสู่การจัดสรรที่ไม่เหลื่อมล้ำเกินไป...นัก ก็น่าจะใช้ได้นะครับ
ครับผม ผมจะทำดีครับ ขอบคุณนะครับ