สวัสดีครับ

อยากแลกเปลี่ยนนะครับ  จากประสบการณ์และมุมมอง

เรื่องราวที่เกิดขึ้นผมขอแปลความหมายในใจ  และแบ่งปันดังนี้

ตามที่เข้าใจนะครับ

   น่าจะเป็นเรื่องของคนทำงานสามคน  น่าจะมีความสัมพันธ์ระดับหนึ่ง

   น่าจะเป็นคนทำงานสามคน  ที่ต่างมุ่งมั่นเพื่อองค์กร

   บรรยากาศองค์กร  ก็คงเป็นเหมือนองค์กรอื่นๆทั่วๆไป....

  

   ผมไม่แน่ใจว่าอย่างไร  ว่าตนเองเคยเป็นแบบไหนนะครับ...

  อืม...ก่อนๆนี้2-3 ปี  อาจจะเป็นคุณ ข.  คือเป็นคนที่มองว่าตนเองแปลก  และเป็นกลุ่มน้อย  ไม่ได้มีอำนาจหรือพลังต่อรองอะไนอกจากความดีและความมุ่งมั่น  ความรักต่อองค์กรนะครับ   ผมเป็นพวกมุมตรงข้ามกับผู้มีอำนาจนะครับ  และมักมองว่าฝ่ายที่มีอำนาจไม่ดีนัก  หรือไม่เป็นไปอย่างที่เราหวังหรือ  อย่างที่เราต้องการจะให้เป็น....

    การทำงานภายใต้ความกดดัน ภายใต้ชนกลุ่มน้อยที่เราอยู่ เป็นอย่างไรบ้าง...เมื่อก่อน

   ยอมรับว่าฝืดมากครับ  ทำไปบ่นไป  แต่ก็ทำเพระละไม่ได้  อยากทำ  บางอย่างก็เสริมกัน  หนุนกัน  บางอย่างก็ชนดะเหมือนกันนะครับ  แบบไม่มีกลัวเลย(ตอนนั้น  เด็กๆอยู่)     คิดว่าตัวเองเก่ง  แน่  ถูกกว่าตลอด  จนในที่สุด 2 ปีครับ  ที่ทำได้สู้อยู่เช่นนนั้น

   2 ปีที่ทุ่มเท  เหนื่อยมากนะครับ  สู้ทำทุกอย่าง  ทำแบบสุดชีวิตเลย จนคนไกล้ตัวบอกว่า  พ่อทำเพื่ออะไร  ไม่เห็นเขาเห็นคุณค่าเลย

   ในที่สุดก็ยกธงขาวยอมแพ้  ครับ

    เดินออกจากเวที  จากสนามรบนั้น...ไปที่อื่นเพราะตัน  ไม่รู้จะทำอะไรต่อ  ไม่มีกำลังใจเลย....เราไม่มีเพื่อนที่เดินไปด้วยกัน

 

   1 ปีกว่าๆที่มาสู่ที่ใหม่  เวทีใหม่  ตอนนแรกถอดใจ  จะไม่ยุ่งกับวงโคจรของอำนาจใดๆครับ  ทำแต่งานประจำ

    แต่เพียงสามเดือนก็กระโดดเข้ามาสู่เวทีของอำนาจ แต่ก็ห่างๆ  อีก 6 เดือนต่อมาก็เข้าสู่วาระที่ต้องเกี่ยวข้องกระทบกับผู้คน คือ Q-Manger ของรพ.

   การทำงานครั้งนี้ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเพื่อเรียนรู้ที่จะทำงานเพื่อองค์กรต่อไป  เพื่ออยู่รอดครับ...เพื่อให้สามารถทำงานได้...

มองและคิดกว้างๆดังนี้...

     -จะพยามไม่ทะเลาะกับผู้มีอำนาจ...แบบรุนแรง  ต้องประเมินความรุนแรง

    - ทำในสิ่งที่เราทำได้ก่อน  เพราะเรื่องที่เราจะต้องทำในการพัฒนานั้นมีมากมาย..แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ  หน่วยงานเล็กๆก็ตาม

    - ใช้ข้อมูลและความรู้ที่อ้างอิงได้ในการทำงาน  ไม่ใช้ความรู้สึกและอารมณ์ทำงาน(มีให้น้อยลงเรื่อยๆครับ)

    - ต้องมีเพื่อนครับ  จากประสบการณ์เราไม่สามารถเดินคนเดียวได้  ต้องมีเพื่อน  มีกลุ่มเพื่อทำงานดีๆ คิดๆนะครับ  โชคดีมากครับได้เพื่อนที่เก่ง ดี มีคุณธรรม  มีความสามารถ  และเป็นผู้ใหญ่

    - มองหาแนวร่วม  และค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ดดยใช้ความจริงใจ  ความดี  ผลงานที่เป็นรูปธรรมให้เขาเห็น  ความบริสุทธ์ใจ  โปร่งใสที่เราทำนั้นเพื่องาน..

   - ทำงานโดยไม่หวังลาภยศ  หรือขั้น ไม่ต้องการคำยกย่อง  แต่ทำเพื่อสิ่งที่น่าจะดีกว่าปัจจุบัน  เชื่อเช่นนนั้น

  ผลลัพธ์ช่วงนี้ได้เรียนรู้  เป็นก้าวที่สำคัญ  เติบโตขึ้นมากครับ  เพราะเราทำแต่งาน  มีข้อมูล  ความรู้มีหลัก  มีคุณธรรมคุ้มครองเรา  เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆครับ

    ผลงานช่วงที่เราทำนั้นมีหลายอย่างจนผู้บริหาร  หรือคนที่มองเราแตกต่างแปลกๆ นั้นเริ่มเข้าใจสนับสนุนมากขึ้น  อาจจะไม่มาก  แต่เราก็เห็นและรู้สึกนะครับ

  เราชอบคิดว่าเรากำลังจะจุดเทียนให้องค์กร  เราเริ่มที่เทียน2-3 เล่ม  จนตอนนี้เราเชื่อว่าเราสามารถจุดเทียนขึ้นในองค์กรเกือยครึ่งแล้วครับ  แม้งานอาจจะฝืดแต่เราก็เดินไปได้  อาจะเสียใจ  ร้องให้  ผิดหวัง  อยากลาออกเป็นร้อยๆครังเหมือนที่เคยผ่านมา  แต่เราก็มีเพื่อคอยปลอบ  เพราะกฏที่ว่าถ้าออก  ต้องออกทุกคน(ออกจากทีมพัฒนาคุณภาพ..ฟา)  และเราก็มีเหตุผลมากมาย  ที่สำคัญคือทุกวันนี้องค์กรมัน....เรื่อยๆ  ถ้าเราไม่ยืนหยัดเพื่อการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา.. แล้วใครจะทำ  ปล่อยไปเรื่อยๆก็มีแต่แบเดิมๆ  ค่อยๆก้าว  หรือถอยหลัง

   เพื่อองค์กร เพื่อคนไข้ เพื่อเราจะได้พบองค์กรที่ดี  เราน่าจะสู้ต่อไป...

 

 

  และเมื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาถึง  ทุกอย่างเหมือนจะเปิด...

 

  4  เดือนที่ผ่านมาเราเหมือนกับต้องเปลี่ยนขั้ว(ถูกมองเช่นนนั้น)

 เรารู้ตนเองและมองออก  ว่า.......

   - ต้องถูกมองว่าอยู่ฝ่ายมีอำนาจ  มีโอกาส

   สิ่งที่เราระวังและปฏิบัติคือ

    - เราเรียนรู้จากสิ่งที่เรารับรู้  สัมผัสที่ผ่านมา... อะไรที่เราเคยรู้สึก  เคยสัมผัส  เคยถูกกระทำ  เราจะไม่ทำเช่นนั้น

   - ต้องเข้าใจคนอื่น  ประเมินท่าที  และตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการหรือสงสัยเสมอ

   - เชื่อเสมอว่าองค์กรต้องการทุกๆคน   เราไม่สามารถทำงานฝ่ายเดียว

  - ไม่มีข้าง  ไม่มีฝ่าย  ทุกคนได้รับโอกาศเท่าๆกัน  ทุกอย่างที่เกิดขึ้น  เป็นอยู่มีคำอธิบายที่ดีเสมอ  ใช้ข้อมูล

  - อื่นๆอีกมากมายครับ

  ตอนนี้ผมจึงอาจจะเป็นคุณ. ค    ก็ได้นะครับ

 

  แต่จริงๆแล้วผมว่า  ก ข  ค  หรือผู้บริหารคือทีมเดียวกันครับ  แต่อาจจะยังไม่สามารถจูนกันได้  หรือมองต่างมุมกัน...

  ธรรมชาติขององค์กร  ย่อมเป็นไปตามพลังขององค์กร  และเหตุปัจจัย  ธรรมชาติครับ  เป็นธรรมะ...  ผมเชื่อเช่นนนั้นจากที่ทำงานราชการมา 4 ปีกว่าๆ

   ได้ข้อสรุปว่า...บางอย่างต้องใช้เวลาครับ

   อาจจะเป็นปี  3 ปี  5 ปี  7 ปี  หรือ 10ๆปีก็ได้ครับ...อดทนและใจเย็น  เรียนรู้  ซึมซับแต่สิ่งที่ดีๆนะครับ..

   ทำในสิ่งที่เราทำได้  และทำในสิ่งที่ดีนะครับ...

 

 ขอโทษนะครับ  ยาวไปหน่อย..แต่รู้สึกว่าอยากให้กำลังใจ  คนทำงาน 

  ผมชอบเรียนคนเหล่านนี้เป็นแม่ทัพ  หรือขุนศึกเพื่อองค์กรครับ

  เราอาจจะเป็นขุนศึกที่แม่ทัพใหญ่ชอบหรือไม่ชอบก็ได้...

  แต่เราเป็นนักรบ..เป็นขุนศึก  หน้าที่เราคือการรบ(ทำงานประจำ+งานพัฒนา)  เขาอาจจะให้เรารบ  หรือไม่รบก็ได้  อาจจะส่งไปออกศึกที่ยากๆ  หรือให้เราพักก็ได้นะครับ..

   แต่เพราะว่าเรามีจิตวิญญาณของนักพัฒนา  ของคนที่มีพลังแห่งการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงทั้งตนเอง งาน องค์กร...

 สู้ต่อไปนะครับ...

 หมอพัท..รพ.ปาย