มีแง่คิดที่ลึกๆ ยอมรับว่า ระบบอุปถัมภ์ค้ำชู ที่ว่า จะคล้ายกับคำที่พี่พัฒนากรพี่เลี้ยงตอนเราบรรจุใหม่ บอกว่า ไอ้น้องเอ๋ย  คนดีคบคนดี คนชั่...คบคนชั.....

ตอนเราอายุน้อยๆ เราคิดว่าเราจะเดินตามความสามารถที่เรามี  แต่พอยิ่งเราอายุมากขึ้น มันเริ่มจะเห็นว่า ที่ว่าเราสามารถนะ ....ลึกๆ  ก็มีคนสนับสนุนอยู่จริงๆ(ด้วยอีกส่วนหนึ่ง)  คือคนที่เหมือนเราก็เห็นเราดี ก็สนับสนุนเรา คนที่ไม่เหมือนเรา แต่เขาเป็นอีกแบบ เขาก็มองว่าคนที่เป็นแบบเขาดี...นี่เองประเด็นที่คุณพัฒนากรน้อยพูด....(ตกลงจะผมหรือจะนะคะ?????).....มันจึงมีคำพูดว่า "ยุคใครยุคมัน" 

ทีนี้มาดูอีกมุมหนึ่ง ทฤษฎีลองกอง บอกว่า ถ้าอยากให้นายรัก ก็ทำให้ท่านสบายใจ  (นำลองกองไปฝาก สมัยก่อนลองกองหายากเป็นของดีต่างจากเดี๋ยวนี้ที่มีมากมาย....) ท่านเปรียบเทียบว่า ขนาดคนเป็นพ่อแม่ยังรักลูกไม่เท่ากันเลย  เราก็เห็นจริงตามนั้น.....

มันเลยอธิบายว่า ที่ว่าเก่งนั้น ต้องเรียนรู้ชีวิตเก่งด้วย รักษาจุดยืนและอุดมการณ์  เรามองขึ้นไปมีผู้บริหารที่ทั้งเก่งและดีให้เราเห็นเป็นแบบอย่างที่น่าเคารพอยู่ไม่น้อย....