เล่าฮูที่เคารพอย่างสูงซุ้ด
สมดุลส่วนใหญ่จะเกิดหลังการเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับตัวตามธรรมชาติของปัจจัยที่เกิดขึ้น สมดุลจึงไม่มีความนิ่ง คงที่ ตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง..สมดุลจึงแกว่งไปมาเสมอเพื่อหาจุดที่เหมาะสมในภาวะหนึ่งๆ
จากตัวอย่างที่เล่าฮูยกมาเรื่องพ่อแม่ลูกก็จะเห็นว่าผลที่ตามมาย่อมเกิดแต่เหตุ
อย่างตอนเนี้ยะ การเมืองไทยที่แกว่งโตงเตงอยู่ระหว่า่งขั้วต่างๆ จนก่อเกิดรัฐบาลที่แม้แต่ผู้นำก็ยอมรับว่าไม่สวย เนื่องเพราะไม่สามารถปรับแก้ได้ดังใจ และตัวเลือกก็ไม่มีดีเท่าไหร่เนี่ย
เราคนไทยที่หัวใจสะออน ทั้งหลายก็ต้องทำใจใ้ห้สมดุลมิให้สั่นไหวไปตามสิ่งเร้าที่ดูจะไม่งาม สง่าในการก้าวเดินซักเท่าไหร่ ก็จะทำยังไงได้ล่ะคะเล่าฮู เพราะเราๆท่านๆทั้งหลายต้องมีส่วนรับผิดชอบในเหตุที่เกิดขึ้นนี้ทั้งนั้น เรื่องนี้เก๊าะเป็นตัวอย่างของการทำสมดุลให้เกิดขึ้นให้ได้แม้จะมีข้อจำกัดของปัจจัยต่างๆก็ตาม
ทุกรายชื่อมีที่มาที่ไปแห่งความผูกโยงถึง "บุญคุณที่ต้องทดแทน" แทบทั้งสิ้นเลยนะคะเล่าฮู
กระทั่งน่าเป็นห่วงว่า การคัดสรรบุคคลเป็นรัฐมนตรีคราวนี้ เน้นการทดแทนคุณ และการเฟ้นหาทายาททางการเมือง โดยไม่สนใจเรื่องความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินหรือเปล่า หรือเกิดความกริ่งเกรงกันว่า ตำแหน่งรัฐมนตรี จะกลายเป็นการ "ตบรางวัลแก่ขุนพล" หลังเสร็จศึกสงคราม
เป็นการตีกรอบวางตัวทายาททางการเมืองที่พร้อมจะสืบทอดหาก "ตัวจริง" มีอันเป็นไปทางการเมือง
ทั้งหมดเป็นผลพวงที่เกิดขึ้น ภายหลังจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ทั้งนั้นนี่คะ
ผลการเลือกตั้งที่ปรากฏว่า พรรคพลังประชาชนได้รับการสนับสนุนให้กลับคืนสู่บัลลังก์ กลายเป็นฝ่ายบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง
ผลการเลือกตั้งททำให้ท่านสมัคร สุนทรเวช ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย
และผลการเลือกตั้งที่ยังมีผลทำให้ประเทศไทยมีรัฐมนตรีที่ปรากฏเป็นรายชื่อค่อนข้าง " ไม่สวย " ตามคำกล่าวของท่านผู้นำ..และคณะรัฐมนตรีกลุ่มนี้จะเป็นคนที่นำพาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ?
ทุกอย่างเป็นผลพวงจากการกระทำ
การกระทำนับตั้งแต่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง
ดังนั้น นับแต่นี้เป็นต้นไป เราก็ต้องเตรียมรับผลจากการตัดสินใจทั้งในแง่ที่ดี และแง่ไม่ดี เพราะ
อย่าลืมว่า สิ่งที่อุบัติขึ้นในวันนี้ เกิดขึ้นมาได้เพราะพวกเราคนไทยทุกคนนี่แหละค่ะ
วันนี้สิทธิทางการเมือง ได้ตกอยู่ในมือของคนที่คนไทยเลือกตั้งเข้าไป
ผลจากการดำเนินการของบุคคลเหล่านั้น จึงเป็นผลที่ทุกคนต้องยอมรับค่ะเล่าฮู..
และเป็นเวลาที่ต้องทำให้เกิดสมดุลทั้งในใจของเราเองและในสังคมด้วยหรือเปล่าล่ะคะเล่าฮู เพราะนี่ก็คือการเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบหนึ่งมิใช่หรือคะท่านผู้อาวุโส ? ^ ^