สวัสดีค่ะท่านพลเดช

เบิร์ดตามอ่านกลอนที่พี่่ีุ่รุู่่งแต่งด้วยความเพลิดเพลินใจ เก่งเหลือเกินค่ะ....ในวันที่ฟ้าฉ่ำน้ำี่  อ่านกลอนเพราะๆก็ทำให้เกิดอารมณ์สุนทรีย์ได้เช่นเดียวกัน  แต่ต้องนั่งนิ่งๆอยู่นานเชียวค่ะ ถึงพอจะลงมือได้บ้าง  ^ ^

 

หนึ่งวาหนึ่งวาดกว้าง     กางมือ

หนึ่งชีพหนึ่งนี้คือ         โลกกว้าง

หนึ่งร่างหนึ่งนี้หรือ       มนุษย์

หนึ่งสุดหนึ่งสืบสร้าง    ถักร้อยรอยชะตา



สองตาสองส่องค้น      หมายใด

ตาสบภาพกระทบใจ     จิตสะท้าน

ดูจิตคิดร่ำไป         ส่องส่าย

ชังชอบรอบรู้ด้าน     เหลี่ยมล้อมกายา



สองหูสองส่องก้อง   สรรพสำเนียง

กระทบสบสรรพเสียง  กึกก้อง

ดูจิตคิดเรียบเรียง     จังหวะ

ชังชอบรอบรู้ร้อง       เหลี่ยมห้องกายา



หนึ่งปากหนึ่งจีบป้อง  วาจา

ร่ำพร่ำพรูพรั่งมา      หยาดถ้อย

ดูจิตคิดค้างคา      ลมปาก

สุขโศกจิตรู้ร้อย    เปี่ยมล้อมกายา



ครองนครหนึ่งนี่นี้   อย่างไร

ร้อนรุ่มดั่งสุมไฟ     แผดบ้าน

หรือเย็นชุ่มหัวใจ    เป็นสุข

ชังชอบรอบรู้ด้าน   ลึกตื้นตื่นเตือน

 

มา Courtesy call ในบันทึกนี้ด้วยโคลงค่ะ..