สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ

        ในอดีต ครู มี  "ความเป็นครู" สูงมากครับทั้งประถมและมัธยม 

        ในระดับประถม ครูต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชให้นักเรียน อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น  ก็ใช้วิธีการสารพัดละครับ ทั้ง สระน้ำ ใบยอ กอไผ่

        ในระดับมัธยม ครูก็มีวิธีการในการสอนอย่างเอาจริงเอาจัง ให้นักเรียนเข้าใจในบทเรียน เพื่อให้ได้มีความรู้ในการเรียนต่อในชั้นที่สูงขึ้น

        สรุปแล้ว คือ "ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ" อย่างแท้จริง  นั่นคือ ยึดประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ

        แต่ในปัจจุบัน  โลกเปลี่ยน  สถานการณ์เปลี่ยน ครับ

        กระแสความทันสมัยจากโลกยุค "ข่าวสารข้อมูล"  มันเร็วมาก เร็วเสียจนการศึกษาพัฒนาตามไปไม่ทัน

        การศึกษาจึงมีสภาพ "ทันสมัย  แต่ไม่พัฒนา"   ครับ   ตัวอย่างเช่น

       1. เรายกเลิกการตี  ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ยังคงใช้ได้อยู่

       2. เรามีนวัตกรรมนำเข้าหลายอย่าง ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของระบบการศึกษา เหมือนเอาขนมปังมากินกับปลาร้า

      3. นโยบายทางการศึกษาไม่นิ่งครับ ผู้ปฏิบัติต้องคอยมอง "ข้างบน" ว่าจะเอาอย่างไร มากกว่า "มองเด็ก"  ว่าจะสอนอย่างไร

      4  บางครั้ง  ครูที่มี "ความเป็นครู" สูง ก็ต้องปรับตัวทำตามกระแสของการเปลี่ยนแปลงครับ  เพื่อความอยู่รอด

      5. เราขาดการหา "รากแก้ว" ของความเป็นไทยครับ ว่าจะนำมาใช้จัดการศึกษาได้อย่างไร  เราคิดว่าความทันสมัย จะต้องจัดการศึกษาได้อย่างฝรั่งเขา  ต้องทำตามฝรั่งเขา   การศึกษาจึงขาดความเป็นไทยไปมากครับ  เหมือนกับที่ท่านพุทธทาสพูดไว้ว่า การศึกษาหมาหางด้วน ครับ

                                           ขอบคุณครับ