สวัสดีครับพี่
อ่านปัญหาวัวกินยางแล้วทำให้นึกถึงที่บ้านเหมือนกันครับ ยางโตได้สูงราวๆระดับหัววัวพอดีครับ โดนเล็มยอดหัก ก็นับว่าสะดุดใจเลยหล่ะครับ น่าจะเป็นกรรมของต้นยาง ปลูกไว้เดินไ่ม่ได้แล้วหนีไม่ได้ด้วย วัวก็เก่งครับ ตรงไหนมียางก็ไปตรงนั้น อิๆๆๆ ที่บ้านเคยใช้ลวดกั้นรอบแล้วปล่อยไฟ หากวัวได้โดนสักครั้งจะกลัวแล้วไม่กล้ามาอีกครับ แต่ไม่รับรองว่าได้ผลร้อยเปอร์เซนต์ ท้ายที่สุดทำคอกให้ต้นยางนี่หล่ะครับ คำตอบสุดท้าย แต่ลงทุนสูงครับ การเลี้ยงวัวจึงเป็นหนทางหนึ่งที่มีผลต่ออุปสรรคในการทำเกษตร เพราะว่าวัวเค้าก็ต้องกิน ไม่มีหญ้าอาหารให้กินก็ต้องกินสิ่งที่มีที่เห็น จะโทษวัวก็ไม่ได้ จะโทษเจ้าของวัวก็คงไ่ม่ได้เช่นกันครับ เพราะทำให้บาดหมางใจกับเพื่อนบ้านคงไม่ดีครับ แต่การให้เค้ารับรู้แล้วมาซ่อมให้ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ชาวสวนยางใครๆ ก็คงไม่อยากให้วัวใครมากินครับ
พ่อเล่าให้ฟังว่ามีเกษตรกรท่านหนึ่ง ปลูกยางในนาเช่นกัน แล้วไม่ทำรั้วเลย วัวใครกินก็กินไป แต่เรียกค่าเสียหายสูงจนเป็นที่ร่ำลือ หากทำเอาจริง เจ้าของวัวก็ต้องหาทางล้อมคอกก่อนเสียเงิน ซื้อยางให้แล้วก็ซื้อปุ๋ยให้อีกด้วย เพราะว่าวัวเดินไปหายาง เค้าว่ากันอย่างนั้น อิๆๆๆๆ
นับได้ว่าน่าเห็นใจกันทุกคนครับ ในภาวะที่ต้องทำงานกันมากมายแบบนี้ พี่มาเขียนเล่าให้เป็นช่วงๆ เรื่องการปลูกยางในนาก็ดีครับผม เพราะผมอยากรู้ว่าตอนทีพี่กรีดครั้งแรกนั้น ต้นยางจะมีเส้นรอบวงหรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณเท่าไหร่ครับในระยะเวลาที่ควรกรีดครับ ปลูกยางในนาหากจัดการน้ำและดินได้ดี ปลูกพืชสูบน้ำเมื่อน้ำในนาระดับสูง อาจจะช่วยได้ระดับหนึ่งครับ
ผมไม่ได้ผ่านพื้นที่โคกโพธิ์นานแล้วครับ ทราบแต่ว่าพื้นที่สี่แยกหนองจิกเข้าเมืองปัตตานี แถวๆ นั้น น่าจะร้างกันเยอะใช่ไหมครับ
ขอบคุณพี่มากครับ