สวัสดีน้องเม้งครับ

        มองเห็นยอดเพลิงแล้วเห็นเป็นตัวเลขเลย ฮ่าๆๆๆ ระวังคนมาเจอแล้วตีเป็นหวยนะครับ

 

พูดถึงตัวเลข ครั้งหนึ่งนานมาแล้วพี่ขับ Toyota jeep ไปทำงานที่มหาสารคาม ยางเกิดแบนขึ้นมา ต้องให้ช่างอู่เล็กๆปะให้ เมื่อเสร็จธุระก็กลับขอนแก่นทางเชียงยืน ออกจากมหาสารคามได้หน่อยถึงโค้งหนึ่งล้อหน้าซ้านมันหลุดวิ่งแซงรถออกไปข้างถนน ซึ่งเป็นทุ่งนา วิ่งต่อไปชนคันนากระดอนสูงมากเกือบไปตกลงบนหลังคาบ้านคน  เมื่อล้อหน้าหลุด ตัวรถก็ทรุดลงฮวบ เอยงข้าง กะทะล้อก็สีกับถนนด้วยแรงความเร็วรถ เป็นสะเก็ดไฟกระเด็นออกมาเต็มไปหมด ชาวบ้านข้างทางร้องวี๊ดว้าย...แล้ววิ่งกันมา พี่กับพี่ชายอีกคนที่นั่งไปด้วยก็ยังคุยกันขณะตกใจว่าเออชาวบ้านคงออกมาช่วยเรานะ ใจดีจังเลย พอบังคับรถหยุด ชาวบ้านก็มาถึงกันหลายคน  .......เขามาออกันเต็มท้ายรถครับ แทนที่จะวิ่งมาถามเราว่าเป็นไงบ้าง...เขาไปดูเลขทะเบีนรถครับ...อิอิ..เรางี้...ขำไม่ออก  แต่ก็มาอยู่ หลังจากเขาทราบเลขทะเบียนแล้วก็เข้มาถามไถ่ มาจากไหนจะไปไหนทำไมล้อหลุดได้ ......งวดนั้นถูกหรือไม่ไม่ได้ตามครับ.... 

        เป็นการลดจำนวนรถในอีกแบบหนึ่งครับ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ มองเห็นแล้วทำให้คิดอะไรต่ออะไรและมองไปเห็นสภาพความจริงในโลกนี้มากขึ้นครับ 

        ปริมาณรถก็จะเพิ่มขึ้นครับ วันหนึ่งเราน่าจะก้าวไปถึงยอดสิบล้านคันทั่วประเทศไทย หากเอาจำนวนรถมาพล็อตดูน่าจะเห็นอะไรมากขึ้นครับ แล้วเอาปริมาณป่าไม้มาพล็อตดูด้วยในกราฟเดียวกันขึ้นกับเวลา น่าจะเห็นอะไรสนุกๆ บ้างครับ

        ธรรมชาติ และ เทคโนโลยี  เพื่อนคู่ซี้ ครับ

เมื่อกลางวันยังคุยกับท่านอาจารย์ท่านหนึ่งเรื่องการพึ่งพาเทคโนโลยี่ของคนยุคนี้และยุคหน้าของประเทศลาว และของเราเอง ว่าเราเป็นสังคมบริโภค มีแต่ซื้อเขา ที่ผลิตเองมีน้อย หรือมีก็เป็นร่วมทุน..สิ่งที่เราบริโภคนั้นพึ่งพาเทคโนโลยี่เขาหมดและเป็นแบบสำเร็จรูปมากขึ้นเรื่อยๆ คนทำงานมุ่งแต่หาเงินเพื่อไปบริโภค ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้เลย  แม้พื้นฐาน คอยดูซิต่อไปเป็นอย่างไรเมื่อทรัพยากรลดลงมากจนไม่สามารถเอามาผลิตอะไรได้เพียงพอต่อไปแล้ว  แล้วคนที่บริโภคจนเป็นวิถีไปแล้วจะมีชีวิตอย่างไรเมื่อพึ่งตัวเองก็ไม่ได้ แม้พื้นฐาน พี่งเทคโนโลยี่ก็หมดแล้ว ไม่มีวัตถุดิบมาทำแล้ว โลกจะเกิดสงครามใหญ่

สังคมจะแยกเป็นส่วนๆ ส่วนหนึ่งย้อนกลับไปเป็น primitive life อีกส่วนหนึ่งก็พยายามพึ่งวิทยาศาสตร์มากขึ้นไปอีก และเชื่อมั่นว่ามีทางออก ซึ่งแนวทางนี้ควบคู่มากับระบบธุรกิจ แบบ multinational company คนใน generation หน้าจะเผชิญภาวะบีบคั้นมากขึ้น นักจิตวิทยาแบบน้องเบิร์ดจะทำงานหนักขึ้นเป็นสิบเท่าตัว  ไม่มีเวลามาเขียน g2k อีกแล้ว  แม้ว่าแควนๆ จะเรียกร้องสักเท่าใดก็ตาม เพราะเธอเสียสละเวลาให้คนป่วยมากกว่า อิอิ..

น้องเม้งว่ามั๊ย....