P
  ลมหนาวมาร่วมสวัสดีปีใหม่ ลูกหลานไทยติดหวัดการศึกษางอมแงม คนที่รักชอบพอกันก็จะพาลูกหลานมาเยี่ยมยาม คนวัยไหนก็จะมีเพื่อนในวัยเดียวนั้น อย่างผมวัยซิ่งก็จะมีญาติวัยร้อนวิชามาหารือ หลังจากการสอบถามเรื่องสาระทุกข์สุขดิบ บ้างหมู่บ้านทราบว่าผมไม่สบาย พี่ป้าทั้งหลายก็ขอมาเที่ยวด้วย เมื่อคืนนี... มีต่อ »
โดย ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (2)
สร้าง: ศ. 04 ม.ค. 2551 @ 06:29   แก้ไข: ศ. 04 ม.ค. 2551 @ 08:32   ขนาด: 22319 ไบต์

 

ต่อยอดความรู้

เมื่อได้อ่านบันทึกนี้ของพ่อครูบาฯ ผสมผสานกับความรู้น้อย ๆ ที่มีอยู่เดิมกับความพยายามที่จะทำความเข้าใจปัญหาของการศึกษา เพื่อนำไปสร้างฝันที่จะออกแบบเสนอแนวคิดเพื่อแก้ปัญหา อาจจะรักษาโรคทางการศึกษาไม่ได้ แต่อย่างน้อยอาจจะช่วยบรรเทาเบาบางลงก็เป็นได้ ..

  1. ตอนที่ก้าวเข้าสู่วงการศึกษาใหม่ ๆ ผมเห็นประโยคที่เกี่ยวกับการศึกษาที่สวยหรูของนักการเมือง USA ว่า "No Child Left Behind" ขอแปลเป็นไทยแบบมั่ว ๆ ว่า "จะไม่มีเด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" คล้าย ๆ กับแนวคิดที่ท่านครูบาฯ เสนอเอาไว้ในบันทึกดังกล่าวที่พอวิเคราะห์ต่อได้ว่า เราไม่ควรเอาเด็กทุกคน เข้าช่องเดียวกันหมด เพราะความถนัดและความสนใจของเด็กแตกต่างกัน.. บางคนอาจะเป็นไทเกอร์วูด 2, บางคนอาจจะเป็นนางงามจักรวาล ดารานักแสดง หรือบางคนอาจจะเป็นศาสตราจารย์
  2. คำถามต่อมา คือ รู้ปัญหาแล้วจะทำอย่างไร  ? จะจัดการศึกษาอย่างไรดี ?
  3. ..เอาเยี่ยงไม่เอาอย่าง..
    ผมเคยเสนอแนวคิดการจัดการศึกษาของเยอรมนีเอาไว้ในหลายที่ หลายเวลา แล้วแต่โอกาสจะอำนวย บางทีก็ที่ร้านกาแฟ บางทีก็ออนไลน์อย่างนี้  ..
    เยอรมนี เชื่อว่า ..ใช่ว่าทุกคนจะเป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยได้ แต่ช่างซ่อมรถก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ..กล่าวคือ เขาพยายามให้ความสำคัญกับทุกสาขาอาชีพ และออกแบบการศึกษาเหมือนภาพ Jigsaw เต็มภาพว่าในการพัฒนาประเทศต้องใช้กำลังคนสาขาอาชีพอะไรเท่าไร และหัวใจสำคัญ คือ จัดช่องให้แต่ละคนเข้าตามกำลังความสามารถ กล่าวคือ เลือกสายตั้งแต่อยู่ ป.4 เขาแบ่งโรงเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่