ขอบคุณ ว่าที่ ดร.ทั้งสองท่านครับ .. คิดอย่างไรแสดงออกมาแลกเปลี่ยนกัน ดีแล้วครับ คงไม่ยุติว่าอะไรถูกผิดนะครับ ขอย้ำว่าผมพูดจากประสบการณ์ตรงว่า ในกลุ่มผู้ที่เรียนรู้คอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำงาน นั้น เห็นการเรียนแบบอยากรู้ไปหมดว่าโปรแกรมนั้น ทำอะไรได้บ้าง และ ทำอย่างไรให้เกิดผลแบบนั้นแบบนี้ ผมเห็นด้วยที่จะหาความรู้ว่า มันทำอะไรได้บ้าง เพราะใช้เวลาไม่ต้องมากในการทำความเข้าใจระดับนั้น ส่วนที่ว่าแต่ละ Function หรือ Effect ย่อยๆ มีวิธีทำอย่างไร อันนี้แหละที่ผมพบว่าทั้งคนเรียนคนสอน บางทีก็เพลินไปหน่อย ผมเองเคยเพลินมามาก จนพบความจริงว่า บางอย่างมันไม่มีค่าควรแก่การเสียเวลาเรียนรู้เลย โดยส่วนตัวผมมีหลักชัดเจนว่า ต้อง ตามรู้ให้เท่าทัน แต่จะไม่ ขยันบริโภค คือพยายามรู้ให้หมดว่ามันเก่งอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง แล้วก็เลือกเรียนรู้สิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า มีความหมาย จนพบว่างานที่ดีแล้วนั้นจะดีขึ้นไปอีกถ้า ??? ก็เพิ่มพูนความรู้ที่จะทำให้เกิดผลอย่างนั้น เรียนเท่าที่ควรรู้
มันเป็นเคล็ดลับว่าถ้าเอางานเป็นตัวตั้ง ความสำเร็จของงานจะนำมาซึ่งความพอใจ อยากพัฒนาต่อไป การเรียนรู้อะไรก็ดูจะมีชีวิตและมีค่า มากกว่าการฝึกทักษะที่หลากหลายโดยไม่ได้มีเป้าหมายที่แจ่มชัด ผิดถูกไม่ทราบ แต่ผมตัดสินใจเตือนนักศึกษาบ่อยๆว่า การอยากรู้มากๆโดยตอบไม่ได้ว่า รู้ไปทำไม ระวังความรู้จะท่วมทับจนทำอะไรไม่ได้ นั่นก็ดี นี่ก็ชอบ โน่นก็สวย นี้ก็วูบวาบดี ฯลฯ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
อีกประการหนึ่ง การเรียนรู้อะไรที่มากเกินไปและคิดว่าเก็บไว้ใช้เมื่อมีโอกาส หลายครั้งไม่ทันได้ใช้เขาก็ เลิกผลิตเลิกใช้สิ่งนั้นไปแล้ว มีของใหม่ที่ง่ายกว่า ดีกว่าออกมา ก็เลยเสียเวลาฝึกฝน จดจำ