สวัสดีค่ะ

ถ้าดูจากที่น้องเล่า ดูคุณพ่อจะเป็นคนอารมณ์ดีและรักลูกสาวมากทีเดียวนะคะ

พี่เห็นว่าตอนนี้น้องห่วงคุณพ่อมาก เป็นไปได้นะคะว่าบางครั้งความห่วงใยทำให้เราเครียดและอาจเผลอแสดงออกไปด้วยน้ำเสียงท่าทีที่อาจจะแข็งไปซักนิด..ทำให้บรรยากาศดูตึงๆหรือกลายเป็นเหมือนการบังคับ..แอบกระซิบนิดนะคะว่าผู้ใหญ่ก็ดื้อเหมือนเด็กๆนั่นแหละค่ะ เพราะฉะนั้นเราปลอบเรามีวิธีหลอกล่อเด็กอย่างไรกับผู้ใหญ่เราก็ใช้แบบเดียวกัน ซึ่งอาวุธสำคัญคือความรักที่น้องและคุณพ่อมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมนี่ล่ะค่ะ ^ ^

ลองคุยด้วยแบบนุ่มนวล ( จุดสำคัญของวิธีนี้คือควบคุมตัวเราให้ได้นะคะ ) โดยตกลงกับคุณแม่ว่าช่วยๆกันพูดหน่อยนะคะ แต่ไม่ใช่แนวบังคับน้า

อาจจะกอดแล้วชวนคุยเรื่องอื่นๆไปก่อนหรือบอกว่าตอนนี้เหมือนพ่อผอมลง พ่อสังเกตตัวเองว่าเป็นยังไงบ้าง ให้ท่านเล่าอาการต่างๆมานั่นแหละค่ะ แล้วชวนท่านกับคุณแม่ ( ย้ำว่ากับคุณแม่นะคะ เพราะท่านเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมานาน ทำอะไรถ้าทำด้วยกันท่านจะอุ่นใจกว่าค่ะ )..ไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วยกัน ( เอาแบบให้ไปหาหมอก่อนนะคะอย่าตั้งเป้าว่าต้องไปตรวจแบบเฉพาะทาง เดี๋ยวท่านจะปฏิเสธว่าท่านไม่เป็นอะไรแบบที่ผ่านมานา )

เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการตรวจสุขภาพปกติที่ผู้สูงอายุควรทำน่ะค่ะ แล้วนัดวันที่น้องหรือลูกคนอื่นๆสามารถไปกับท่านได้ เพื่อที่เราจะได้ทราบด้วยและเป็นกำลังใจให้ท่านทราบว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราอยู่กับท่านเสมอ..สิ่งสำคัญคือบอกรักท่านก่อนที่จะพูดเรื่องพาท่านไปตรวจสุขภาพนะคะ  เลือกชวนในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ..โทร.ไปสอบถามที่ รพ.ลำพูนก่อนได้นะคะว่าถ้าจะตรวจสุขภาพประจำปีของคุณพ่อคุณแม่จะมาได้วันไหนบ้างเพราะ รพ.ทั่วไปจะมีแพ็คเก็จการตรวจสุขภาพของผู้สูงอายุค่ะ

เอาใจช่วยให้น้องสามารถพาคุณพ่อ ( และคุณแม่ ^ ^ ) ไปพบหมอได้นะคะ