สวัสดีค่ะน้องอ๊อดขา naree suwan
- ดีค่า...ถอดหน้ากากแล้วมานั่งกอดเข่าคุยกัน..เป็นกันเองไม่ต้องเกรงใจกัน..
- เหตุผลที่อ้าง ชอบใช้บ่อยๆ ค่ะ...เพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน นานๆ เจอกันที มักจะทักว่า "ใช้อะไรเหรอ...ดูยังไม่แก่เลย..เพื่อนๆ แก่กันหมดแล้วนะ"...ก็เราใช้สามีงั๊ย....ฮ่าๆๆ
- (น้องอ๊อดห้ามนำไปเลียนแบบนะคะ...เป็นความสามารถส่วนบุคคล..ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ..อิ.อิ.)
- ...
- ตอนนี้กำลังพยายาม (พยายาม..โปรดฟังอีกครั้ง!!) เริ่มต้นใหม่ค่ะ ถ้าอยู่ในเป้าหมายเดิม และในภาวะปกติ ป่านนี้น่าจะเข้าบทที่4 แล้ว...แต่ตอนนี้ยังย่ำอยู่บทที่ 3 ไม่ไปไหนเลยค่ะ....(แง!!!)...
- ไม่เป็นไร...ฮึดอีกรอบคงไปไหวๆๆๆๆ
- .....
- ปีเก่ากำลังจะจากไป ปีใหม่กำลังเดินทางมาถึง....ขอให้พบแต่ความสุข ความสงบ ก้าวหน้าในหน้าที่การงานนะคะ...
- สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
- น้ำหอมที่ใช้เป็นหัวน้ำหอมค่ะ
- ปัจจุบันมีในท้องตลาดแบ่งขายเป็นซีซี ค่ะ (ราคาขึ้นอยู่กับกลิ่น+ยี่ห้อ)
- หากต้องการกลิ่นหอมมากก็เพิ่มปริมาณได้ตามต้องการค่ะ (แต่ต้องระวังมีอาการแพ้ด้วยค่ะ...เพราะลูกค้าบางรายใช้แล้วจะขึ้นผื่นแพ้เนื่องจากน้ำหอมนี่เอง)
- ขอบคุณค่ะ
- สุขสวัสดีปีใหม่นะคะ
สวัสดีค่ะน้องฝุ่นดาว stardust
- สูตรสวยด้วยธรรมชาติ..ไม่หวงสูตรแน่นอนค่ะ
- ใช้แล้วสวยใสเด้งดึ๋ง
- .....
- สุขสวัสดีปีใหม่นะคะ
- ............
สูตรน้ำหมักชีวภาพมะเฟือง
- เมื่อแรกทำน้ำหมักชีวภาพ...เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีเป้าหมายในการทำเพื่อลด/ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี/สารเคมี ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายเป็นต้นทุนการผลิตสูงมาก ในขณะที่ราคาผลผลิตมีแต่สาละวันเตี้ยลงๆๆ
- การทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตรจะใช้เศษพืชที่มีในท้องถิ่น หรืออาจจะใช้สัตว์ (เช่น หอยเชอรี่ ปลา ฯลฯ) นำมาหมักในอัตราส่วน พืช 3 ส่วน (โดยน้ำหนัก...อาจจะใช้หลายๆ ชนิดปนกันเรียกว่าสูตรผสม) + กากน้ำตาลหรือที่เรียกว่าโมลาส 1 ส่วน + น้ำ 10 ส่วน (น้ำจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ...ผลออกมาไม่แตกต่างกันมากนักในเชิงคุณภาพ)
- นำส่วนผสมไปใส่ในถังพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด เก็บไว้ในร่ม ทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน หรือนานกว่านั้นได้ยิ่งดี ......สามารถนำไปใช้ได้โดยต้องเจือจางด้วยน้ำก่อนค่ะ
- นอกจากนี้ยังมีสูตรไล่แมลง...สูตรฮอร์โมนบำรุงต้น บำรุงดอก และสูตรอื่นๆ ตามวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น
- ....@@@@@@....
- ส่วนน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองที่จะแนะนำต่อไปนี้ เราทำโดยมีเป้าหมายเพื่อไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ดังนั้น "สูตร" จึงมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียด ดังนี้
- สูตร/อัตราส่วน ใช้ 3 : 1 : 10 เช่นเดียวกัน
- วัตถุดิบที่นำมาทำ >>> เราใช้มะเฟืองสุกเก็บจากต้น นำมาฝานเป็นชิ้นเล็กๆ (3 ส่วน)
- เราใช้น้ำตาลทราย (ชนิดไม่ฟอกขาว) แทนกากน้ำตาล เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีสารพิษตกค้าง (จำนวน 1 ส่วน)...หากท่านมีน้ำผึ้งสามารถใช้แทนน้ำตาลก็ได้นะคะ...
- เราใช้ น้ำสะอาด (ที่โรงเรียนใช้น้ำฝน) 10 ส่วน โดยน้ำหนัก
- ส่วนผสมทั้งสามชนิด ใส่ลงในถังพลาสติก ที่มีฝาปิด ขนาด 50 ลิตร (ใช้ขนาดใหญ่มากจะยกเคลื่อนย้ายยากค่ะ) แล้วเก็บไว้ในร่ม ทิ้งไว้อย่างน้อย 3 เดือน โดยช่วงเวลานี้อาจเปิดตรวจสอบกลิ่นเป็นระยะๆ และใช้ไม้พายคนให้มะเฟืองและจุลินทรีย์ที่กำลังย่อยสลายมะเฟืองได้ขยับเนื้อขยับตัวบ้างก็ดี แล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม....น้ำหมักที่เป็นได้ที่แล้วมะเฟืองจะนอนก้นถังค่ะ
- แต่เท่าที่ได้ทดลองสูตรหลายๆ ซ้ำแล้ว พบว่า การหมักส่วนผสมไว้ให้นานที่สุด เช่น หมักข้ามปี (มากกว่า 12 เดือน) จะได้น้ำหมักที่มีคุณภาพดีที่สุด เหมาะสำหรับการนำไปแปรรูปฯ ได้เป็นอย่างดีค่ะ
- นอกจากมะเฟือง..เราสามารถนำสมุนไพรหรือไม้ผลที่มีสรรพคุณในการประเทืองผิว ชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น (ถ้าใช้พืชต่างถิ่นพลังชีวิตในพืชจะเหลือน้อยค่ะ) นำมาหมักได้เช่นเดียวกัน เช่น เปลือกมังคุด (ที่โรงเรียนหมักแล้วและแปรรูปแล้วเช่นกัน) มะกรูด ว่านหางจรเข้ แตง ฯลฯ
- ที่สำคัญก็คือ ผลไม้หรือวัตถุดิบที่นำมาใช้ ในกระบวนการผลิตต้องไม่ผ่านการใช้สารเคมีค่ะ
- ทดลองสูตรของเรา (ของท่าน) ดูนะคะ....เพื่อการเรียนรู้....ไม่มีผิดแน่นอนค่ะ
- เพราะยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก ซึ่งต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ...ไม่มีสูตรสำเร็จ ในวิถีเกษตรอินทรีย์ (Organics ; ออร์แกนิค)
- ขอบคุณมากค่ะ
- [ ^ - ^ ]*