สวัสดีค่ะ อ.มัท

 อ.มัทช่างเลือกประเด็นเล่าสู่กันฟังแบบปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ   : )

พี่แอมป์นึกขำตัวเองเรื่องนึงละ  พอเป็นครูนานๆ(จนแก่)   แล้วเห็นอะไรแบบที่ไม่ควรเป็น  ก็จะเผลอคิดว่า "จะสอนเขาอย่างไรดี"   : )      เลยมักทำให้ไม่ทันนึกโกรธ  หรือนึกไม่พอใจ    แต่กลับนึกเป็นห่วงว่าไม่อยากให้เขาเป็นเช่นนั้น 

แต่ถ้าเป็นลูกศิษย์พี่จะไม่ปล่อยผ่านเลย  เพราะพี่ถือเป็นหน้าที่  เราเตือนเขาอย่างนุ่มนวลด้วยความปรารถนาดี  ให้เขาโกรธเราเสียในวันนี้  ดีกว่าจะให้เขาเป็นที่ชิงชังของผู้อื่นในวันหน้า  

......คือเพื่อนบอกว่าพอแก่แล้วก็เที่ยวได้เห็นใครๆเขาเป็นเด็กกว่าไปหมด....   เอ๊อ..!... จริงของเพื่อนแฮะ      อิอิอิ

เวลาโดนตัดคิว ลัดคิว  เช่นตอนเข้าแถวจะจ่ายตังค์  พี่ก็ขำเหมือนกัน   บางคนก็ทำท่าอายๆ  (พี่ก็จะบอกว่าไม่เป็นไร  คือส่วนมากพี่ไม่ค่อยรีบ)   บางคนก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ (พี่ก็ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้บ้าง)   และอีกบางคนก็ลัดคิวหน้าตาเฉยแบบไม่รู้สึกอะไรเลย   (อันนี้พี่จะขำมาก  เพราะเธอจะตัดหน้าปร๊าดมาหน้าตาเฉย  ยอมรับว่าเธอไวจริงๆ  อิอิ) 

แล้วพี่ก็จะเริ่มวิเคราะห์ในใจเงียบๆอย่างสนุกสนานว่าในใจในคอแต่ละคนน่าจะรู้สึกอย่างไร  ท่าทางที่เขาแสดงออกมา  จะสื่อความหมายบางอย่างตรงกับในใจแท้ๆของเขาไหม   เขาตัดสินใจเช่นนี้ด้วยปริบทหรือข้อมูลแวดล้อมแบบใด  เขาอยากแก้ไขสิ่งที่เขาทำไหม  ฯลฯ 
.....โอ้สนุกชะมัด   สนุกจนลืมโมโหอะค่ะ .....

เรื่องความสุภาพกับมารยาทนี้ บางทีก็เป็นเรื่องปริบทวัฒนธรรม  เช่นฝรั่งดื่มน้ำอัดลมกับขวดโดยไม่รู้สึกอะไร  แต่คนไทยรู้สึกว่าไม่สุภาพ   หรือ  คนเมืองจะไม่ถามซอกแซกว่าไปไหน  ไปทำอะไร   แต่คนชนบทจะทักทายกันเช่นนี้อย่างเป็นปกติ  เป็นต้น  

อย่างไรก็ตาม  พฤติกรรมใดที่รบกวนความปกติสุขของผู้อื่น หรือเบียดเบียนผู้อื่นด้วยกายวาจาใจ  ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงปฎิบัติ  และผู้เป็นกัลยาณมิตรก็พึงตักเตือนให้สติกันโดยละม่อม  : )  (ทำไมต้องใช้คำนี้ก็ไม่รู้ละ  แต่ฟังแล้วได้อารมณ์ดี  ชอบอะ) 

พี่แอมป์เผลอตอบยาวเกินคืบไปอีกแล้วอะค่ะ อ.มัท  : )