พรบ.การศึกษาแห่งชาติปี2542ได้บัญญัติไว้ดีแล้ว  แต่การนำมาปฏิบัติให้เป็นไปตามพรบ.ต้องใช้เวลา และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ในเรื่องการจัดงบประมาณให้โรงเรียน การปกครองระดับทองถิ่น สถานศึกษา คณะครู และตัวนักเรียน ซึ่งกลไกลสำคัญที่จะผลักดันให้ฟันเฟืองทำงานได้ดีก็เห็นจะเป็นกลไกลเล็ก ๆ แต่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ คือครู และ ลูกศิษย์ หากครูมีการพัฒนาตนเอง มีการจัดการกับการเรียนการสอนที่ดี ถ่ายทอดคุณธรรม จริยธรรม เอกลักษณ์ความเป็นไทย และความมีประชาธิปไตยของชาติ ปลูกฝังค่านิยมที่ดี ฝึกให้มีนักเรียนมีระเบียบวินัย มีใจโอบอ้อมอารีย์ มีเมตตา และอื่น ๆ อีกที่เป็นรายละเอียดในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพของศิษย์ ให้เขาเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และศิษย์ก็น้อมรับคำสั่งสอนด้วยจิตใจใฝ่รู้ ใฝ่ดี เท่านี้ประเทศก็จะเจริญได้ไม่ยาก   แต่สังคมปัจจุบันในยุคโลกาภิวัฒน์ เน้นวัตถุนิยม มีอิสระในการคิดมากขึ้นและเด็กไทยสมัยนี้กล้าคิดกล้าทำมากขึ้น ที่คิดดีทำดีก็มี แต่ที่คิดไปในทางที่ผิด ปฏิบัติตนไปในทางที่ไม่ควรก็มีเยอะ เพราะสิ่งเร้ามีมาก ความอบอุ่นในครอบครัวน้อยลงเพราะพ่อแม่ต้องทำงานหาเงินมาซื้อความสุข  ซึ่งก็เป็นปัญหาของสังคม  เด็กประเภทนี้น่าสงสาร ทำให้มีพฤติกรรมที่แสดงออกหลายรู้แบบ เมื่อมาโรงเรียนก็จะไม่ตั้งใจ สร้างปัญหาให้ครู และผูปกครอง และสังคม ดังนั้นหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอนาคตของชาติในวันนี้จะมีชีวิตที่ดีอยู่ในสังคมในปัจจุบันนี้ได้อย่างมีคุณภาพ