ประโยชน์ของรังสี                   ทางเกษตรรังสีแกมมาจากเครื่องฉายรังสีโคบอลท์ - 60 สามารถนำ         ไปใช้ในการถนอมอาหาร เช่น-          การยืดอายุการเก็บของอาหารทะเลและเนื้อสัตว์-           การชะลอการสุกของผลไม้ การยับยั้งการงอกของมันฝรั่งและหอมหัวใหญ่-           การทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคและผลิตสารพิษในอาหาร -          ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช-           การฆ่าแมลงที่ทำลายพืชและผลิตผลทางการเกษตร                   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                   ทางอุตสาหกรรม</p>-          มีการใช้รังสีฆ่าจุลินทรีย์ในอุปกรณ์การรักษาพยาบาลเพื่อให้ปลอดเชื้อ-           ปรับปรุงคุณภาพของไม้โดยการฉายรังสีไม้เนื้ออ่อนที่อาบพลาสติกให้เป็นไม้เนื้อแข็ง-           วัดความหนาแน่นของกระดาษและพลาสติก -          วัดความหนาแน่นของโลหะเคลือบผิว-           วัดความหนาของโลหะ -          วัดระดับถ่านหินในหอเก็บถ่านหินของ อุตสาหกรรมเหล็ก -          วัดปริมาณกำมะถันในน้ำมันดิบ -          การวิเคราะห์หาความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดในตัวอย่างแร่ ก็สามารถใช้วิธีการทางนิวเคลียร์ที่เรียกว่า เอกซเรย์ฟลูโอเรสเซนส์ (X-ray fluorescence)-          การขจัดประจุไฟฟ้าสถิตบนฟิล์ม เพื่อลดการจับของฝุ่นละอองบนฟิล์ม  -          การขูดแร่  ใช้รังสีแกมมาช่วยวัดความหนาแน่นของวัตถุที่ดูดขึ้นมาเพื่อนำข้อมูลมาคำนวณหาปริมาณดินที่ขูดขึ้นมา-          การผลิตยางรถยนต์ มีการใช้พลังงานปรมาณูในรูปของรังสีบีตาที่แผ่ออกจากวัสดุกัมมันตรังสี-            การขุดอุโมงค์ใต้ดิน บางครั้งก็ต้องใช้เทคนิคการฉีดน้ำโคลนเข้าไป โดยที่น้ำโคลนที่ฉีดนั้นจะต้องมีความเข้มข้นคงที่ขนาดหนึ่ง ซึ่งการควบคุมความเข้มข้นของน้ำโคลนที่ไหลผ่านท่อเหล็กนั้นต้องใช้พลังงานปรมาณูในรูปของรังสีแกมมาที่แผ่ออกมาจากวัสดุกัมมันตรังสีช่วย วิธีการแบบนี้ก็ใช้แล้วในเมืองไทย -          ใช้ตรวจสอบความรั่วซึมในการผนึกแน่นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ IC-          ควบคุมขบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความสม่ำเสมอ           -      การวิเคราะห์แร่ธาตุด้วยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์สำหรับการสำรวจทรัพยากรในประเทศ (neutron activation and x-ray fluorescence analysis)            -       ควบคุมการไหลผ่านของส่วนผสมในการผลิตปูนซีเมนต์ ที่มา       http://km.oaep.go.th/vlibrary/Docdetail.aspx?DocID=77http://www.acfs.go.th/news.php?page=17&ptab=2&ntype=09&yy=&mm=&dd=http://www.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=45&Itemid=0 <p> </p>