รังสีมีประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมอย่างไรบ้างคำตอบ: ประโยชน์ของรังสีในทางอุตสาหกรรม การใช้วัสดุกัมมันตรังสีและเทคนิคทางรังสีในทางอุตสาหกรรม ซึ่งเรียกว่า “เทคนิคเชิงนิวเคลียร์” เป็นการนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ในทางสันติ สำหรับประเทศไทยได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ในกิจการต่าง ๆ ดังนี้ - ใช้วัดระดับของไหล สารเคมีต่าง ๆ ในขบวนการผลิตในโรงงานเส้นใยสังเคราะห์ด้วยรังสีแกมมา - ใช้ตรวจสอบระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ง ภายใต้ความดันสูงในการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบด้วยรังสีแกมมา - ควบคุมการไหลผ่านของส่วนผสมในการผลิตปูนซีเมนต์ - วัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน ในขบวนการผลิตกระเบื้องกระดาษ - วัดความหนาแน่นในการดูดสินแร่ในทะเล เพื่อคำนวณหาแร่ที่ดูดผ่าน - วัดและควบคุมความหนาแน่นของน้ำโคลนที่จะใช้ในการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน - ควบคุมขบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความสม่ำเสมอ - วัดหาปริมาณสารตะกั่ว หรือธาตุกำมะถันในผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียม - ควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบในขบวนการผลิตยางรถยนต์ - ควบคุมน้ำหนักของกระดาษต่อหน่วยพื้นที่ในอุตสาหกรรมผลิตกล่องกระดาษ - ใช้เป็นเครื่องขจัดประจุกระแสไฟฟ้าสถิตย์บนแผ่นฟิล์ม ฟิล์มภาพยนตร์ หลอดแก้วที่ใช้บรรจุ ผลิตภัณฑ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ - ใช้ตรวจสอบความรั่วซึมในการผนึกแน่นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ IC, Semiconductor, Watch module ต่าง ๆ ด้วยก๊าซคริปตอน -85 - ใช้ตรวจสอบและถ่ายรอยเชื่อมโลหะ หาความสึกหรอโดยไม่ทำลายชิ้นงาน (Non-Destructive Testing : NDT) มีทั้งการใช้ X-rays, gamma rays และ neutron radiography - ใช้ในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันดิบ ความชื้นใต้ดิน ฯลฯ ด้วยรังสีนิวตรอน - ใช้ทำสีเรืองแสง - ใช้วัดหาปริมาณของถ่านลิกไนต์ และปริมาณเถ้า - การวิเคราะห์แร่ธาตุด้วยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ สำหรับการสำรวจทรัพยากรในประเทศ (neutron activation and x-ray fluorescence analysis) - การใช้รังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อในเครื่องมือเวชภัณฑ์ เช่น กระบวนการฉีดยาสายน้ำเกลือ ถุงเลือด ถุงมือ
ประโยชน์ของรังสีในทางการเกษตร ประเทศไทยมีการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริม กิจการเกษตร เป็นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ซึ่งกำลังแพร่ขยายออกไปสู่ชนบทเพิ่ม มากขึ้น - การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ทราบว่าพื้นที่ที่ศึกษา เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยบชนิดใดลงไป - เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับแร่การดูดซึมของธาตุ และปุ๋ยโดยต้นไม้ และพืช เศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อการปรับปรุงการใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น - การฉายรังสีแกมมาเพื่อฆ่าแมลงและไข่ในเมล็ดพืชซึ่งเก็บไว้ในยุ้งฉาง และภายหลังจากบรรจุใน ภาชนะเพื่อการส่งออกจำหน่าย - การใช้รังสีเพื่อการกำจัดแมลงศัตรูพืชบางชนิดโดยวิธีทำให้ตัวผู้เป็นหมัน (Sterile Insect technique) เช่น กำจัดแมลงวันผลไม้บนดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ - การถนอมอาหาร (Food Preservation) โดยการฉายรังสีเพื่อเก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ในการ ขนส่งทางไกลและการเก็บอาหารไว้บริโภคนอกฤดูกาล ทางศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตรของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ให้บริการ ดังนี้
ก. ยับยั้งการงอก : มันฝรั่ง , หอมใหญ่ , กระเทียม , ขิง
ข. ชะลอการสุก : มะม่วง , มะละกอ
ค. ชะลอการบาน : เห็ด
ง. ทำลายพยาธิ : เนื้อหมู , แหนม
จ. ลดแบคทีเรียและเชื้อรา : ปลาสด ,เนื้อสด , กุ้งแช่แข็ง , เครื่องเทศ
ฉ. ควบคุมแมลง : ข้าว,ถั่วเขียว ,ผลไม้แห้ง ,ปลาแห้ง ,มะขามหวาน
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผ่านการฉายรังสีมาแล้วนั้นจะไม่มีรังสีตกค้างอยู่เลย ทั้งนี้เนื่องจากรังสีแกมมาที่นำมาใช้ จะไม่แตกตัวและไม่ทำให้ตัวกลางกลายเป็นรังสีแต่อย่างใด ดังนั้นอาหารที่ผ่านการฉายรังสี จึงปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค - การใช้เทคนิครังสีเพื่อการขยายพันธุ์สัตว์เลี้ยงและการเพิ่มอาหารนม อาหารเนื้อในโคและกระบือ - การนำเทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา ในการเสาะหาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร - การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ ด้วยวิธีอาบรังสี วิเคราะห์สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยาปราบ ศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้บริโภค - การเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ฉายพันธ์พืชเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (Induced Mutation) เช่น 1. ข้าวมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวเจ้าจากผลการฉายรังสี มีการกลายพันธุ์มาเป็นข้าวเหนียว มีกลิ่นหอม เหมือนข้าวขาวมะลิ 2. ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งก็เป็นผลจากการฉายรังสีข้าวขาวมะลิ 105 แต่เป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ไวกว่า และมีผลผลิตสูงกว่าขาวมะลิ 15 3. ปอแก้ว เมื่อนำเมล็ดมาฉายรังสีได้พันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคโคนเน่า 4. ถั่วเหลือง ที่มีความทนทานต่อราสนิม - การศึกษาการใช้รังสีแกมมาเพื่อผลผลิตไหมไทยพันธุ์นางเหลือง โดยการฉายรังสีแกมมากับไข่ไหม ที่สำนักพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ แล้วทำการเลี้ยง และศึกษาคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยหม่อนไหม ศรีสะเกษ แหล่งที่มา :http://www.np.ac.th/NP/Elearning/Scince1/Data/CHP2.ppt (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษจิกายน พ.ศ.2550)http://202.143.141.162/web_offline/nucleus/story6.htm (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษจิกายน พ.ศ.2550)http://www.oknation.net/blog/print.php?id=77864 (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษจิกายน พ.ศ.2550) <p> </p>