* รังสีสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมอย่างไรบ้าง?
ประโยชน์ของรังสีมีหลายๆ ด้านด้วยกันถ้าเราเลือกที่จะใช้มันอย่างถูกวิธี และรู้จักวิธีการป้องกันอย่างถูกต้อง
 1. ประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรม
- ด้านน้ำมันปิโตรเลียม หรือแหล่งแร่ธาติ ต่างๆ   คือ   การวิเคราะห์แร่ธาตุด้วยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ สำหรับการสำรวจทรัพยากรในประเทศ (neutron activation and x-ray fluorescence analysis)
 คือ วัดหาปริมาณสารตะกั่ว หรือธาตุกำมะถันในผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียม ,ใช้ในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันดิบ ความชื้นใต้ดิน ฯลฯ ด้วยรังสีนิวตรอน ใช้วัดหาปริมาณของถ่านลิกไนต์ และปริมาณเถ้า
- ด้านอุตสาหกรรมรถยนต์  คือ   ควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบในขบวนการผลิตยางรถยนต์
- ด้านอัญมณี หรือเครื่องแก้ว รวมทั้ง อุตสาหกรรมแร่    คือ  วัดความหนาแน่นในการดูดสินแร่ในทะเล เพื่อคำนวณหาแร่ที่ดูดผ่าน, ควบคุมขบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความสม่ำเสมอ
,ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในการเปลี่ยนสี หรือขัดผิวเพชร,ทำหลอดแก้วที่ใช้บรรจุ ผลิตภัณฑ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ
- ด้านภาพยนตร์  ใช้เป็นเครื่องขจัดประจุกระแสไฟฟ้าสถิตย์บนแผ่นฟิล์ม ฟิล์มภาพยนตร์ 
- ด้านอุตสาหกรรมการไฟฟ้า คือ  ใช้ตรวจสอบความรั่วซึมในการผนึกแน่นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ IC, Semiconductor, Watch module ต่าง ๆ ด้วยก๊าซคริปตอน -85 - ใช้ตรวจสอบและถ่ายรอยเชื่อมโลหะ หาความสึกหรอโดยไม่ทำลายชิ้นงาน (Non-Destructive Testing : NDT) มีทั้งการใช้ X-rays, gamma rays และ neutron radiography
- ด้านอุตสาหกรรมกระดาษ ควบคุมน้ำหนักของกระดาษต่อหน่วยพื้นที่ในอุตสาหกรรมผลิตกล่องกระดาษ
- ด้านอุตสาหกรรมเครื่องมือเวชภัณฑ์  โดยมีการใช้รังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อในเครื่องมือเวชภัณฑ์ เช่น กระบวนการฉีดยาสายน้ำเกลือ ถุงเลือด ถุงมือ
 2. ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม
  อาหารและการกิน เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของมนุษย์ อาหารส่วนหนึ่งที่มนุษย์ใช้บริโภคได้มาจากพืช
ทั้งล้มลุกและยืนต้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้แสงอาทิตย์ (พลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็ไฟฟ้า) ในการสังเคราะห์แสง
เพื่อการเจริญเติบโต ในการผลิตและเก็บรักษาอาหารไว้บริโภคมนุษย์ก็รู้จักใช้คลื่นแสงในการทำแห้ง ใช้คลื่น
ความร้อน (อินฟราเรด) ในการอบและย่าง และใช้คลื่นไมโคร (ไมโครเวฟ) ในการอุ่นหรือหุงต้ม เหล่านี้ล้วนแต่
เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งสิ้นซึ่งมีอยู่รอบตัวเรา การฉายรังสีอาหารก็เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เช่นเดียวกัน แต่เป็นคลื่นที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าและความถี่สูงกว่า
การฉายรังสีอาหารเป็นเทคโนโลยีค่อนข้างใหม่ แม้ว่าจะได้มีการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวาง และ
มากกว่าเทคโนโลยีอื่นใดที่ใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร การนำมาใช้ประโยชน์ก็ยังอยู่ในวงจำกัดไม่เป็น
ที่แพร่หลายนัก จนกระทั่งในระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้เองที่การใช้เริ่มขยายวงกว้างขึ้นเป็น 29 ประเทศ จาก 40
ประเทศ ที่มีกฎหมายอนุญาตให้ฉายรังสีอาหารได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการฉายรังสีเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับ
การพิสูจน์แล้วว่า
 *ปลอดภัย กล่าวคือ องค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และ
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ได้สรุปผลการทดสอบความปลอดภัยของอาหารฉายรังสี ในปี
พ.ศ. 2523 ว่าอาหารใด ๆ ก็ตามที่ผ่านการฉายรังสีในปริมาณเฉลี่ยไม่เกิน 10 กิโลเกรย์ ไม่ก่อให้เกิดโทษ
อันตราย
 * มีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรค พยาธิและแมลง จึงเหมาะที่จะนำมาใช้บรรเทาปัญหา
โรคติดเชื้อจากอาหาร
 *สามารถควบคุมการแพร่พันธุ์ของแมลง ควบคุมการงอกและชะลอการสุก การเน่าเสียของ
ผลิตผลการเกษตรบางชนิด จึงมีส่วนดีในด้านการลดการสูญเสียของอาหารเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลน
ของอาหาร แม้ว่าจะมีการใช้เพิ่มมากขึ้นในหลายก็ตามแต่ชนิดและปริมาณการผลิตของอาหารฉายรังสียังมี
ไม่มากเท่าที่ควร
 - ลดการสูญเสียของอาหาร สามารถรักษาระดับราคาไม่ให้แตกต่างกันมากนักทั้งในฤดูและนอก
ฤดูการผลิต
 - เสริมสร้างหลักประกันด้านความสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรค พยาธิ และสารเคมี ทำให้สุขภาพ
อนามัยของประชาชนดีขึ้นเป็นผลดีทางด้านสาธารณสุขมูลฐาน
 -  ยืดอายุการเก็บรักษาและการวางตลาด ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เช่น ใช้ทางเรือหรือ
รถยนต์แทนทางเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายจากการที่อาหารต้องเน่าเสียไปก่อนเวลาอันควรนับว่าเป็นประโยชน์ต่อ
ผู้ผลิต ผู้ขายปลีก และผู้บริโภคเพราะต้นทุนถูกลง
 -  ประหยัดพลังงาน พลังงานจากการฉายรังสีที่ 10 กิโลเกรย์ เทียบได้เท่ากับพลังงานจากความร้อน
ที่ใช้ในการทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นเพียง 2.4 องศาเซลเซียส เท่านั้น
 - ไม่ทำให้คุณลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลง ก่อนฉายรังสีเป็นอย่างไร หลังฉายรังสีก็เป็นเช่นนั้น
สดเหมือนเดิม
 - ขยายตลาดการค้า สามารถส่งไปจำหน่ายในท้องที่ห่างไกลจากแหล่งผลิตได้มากขึ้น
 -  ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเป็นไปตามกำหนดมาตรฐาน เป็นการส่งเสริมการส่งออก
 -  ลดปัญหาการถูกกักกัน ทำให้ภาพพจน์ของสินค้าดีขึ้น
 -  ปรับปรุงคุณสมบัติทางเทคนิคของอาหารทำให้ได้ผลผลิต (ยีลด์) สูงขึ้น
และเรายังใช้รังสีในด้านอื่นๆ ในการเกษตรกรรม  เช่น
 - การใช้เทคนิครังสีเพื่อการขยายพันธุ์สัตว์เลี้ยงและการเพิ่มอาหารนม อาหารเนื้อในโคและกระบือ
  - การนำเทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา ในการเสาะหาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร
 - การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ ด้วยวิธีอาบรังสี วิเคราะห์สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยาปราบ ศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้บริโภค
 - การเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ฉายพันธ์พืชเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (Induced Mutation)  เช่น
 1. ข้าวมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวเจ้าจากผลการฉายรังสี มีการกลายพันธุ์มาเป็นข้าวเหนียว มีกลิ่นหอม เหมือนข้าวขาวมะลิ
 2. ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งก็เป็นผลจากการฉายรังสีข้าวขาวมะลิ 105 แต่เป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ไวกว่า และมีผลผลิตสูงกว่าขาวมะลิ 15
 3. ปอแก้ว เมื่อนำเมล็ดมาฉายรังสีได้พันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคโคนเน่า
 4. ถั่วเหลือง ที่มีความทนทานต่อราสนิม


แหล่งที่มาจาก www.np.ac.th

www.202.143.141.162/web offline/nucleus.story6.html