ประโยชน์ของรังสีในกิจการต่าง ๆ ในประเทศไทย
กิจการอุตสาหกรรม
การใช้วัสดุกัมมันตรังสีและเทคนิคทางรังสีในทางอุตสาหกรรม ซึ่งเรียกว่า "เทคนิคเชิงนิวเคลียร์"
เป็นการนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ในทางสันติ สำหรับประเทศไทยได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในกิจการต่าง ๆ ดังนี้
1. ใช้วัดระดับของไหล สารเคมีต่าง ๆ ในขบวนการผลิตในโรงงานเส้นใยสังเคราะห์ด้วยรังสีแกมมา
2. ใช้ตรวจสอบระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ง ภายใต้ความดันสูงในการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบด้วยรังสีแกมมา
3. ควบคุมการไหลผ่านของส่วนผสมในการผลิตปูนซีเมนต์
4. วัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน ในขบวนการผลิตกระเบื้องกระดาษ
5. วัดความหนาแน่นในการดูดสินแร่ในทะเล เพื่อคำนวณหาแร่ที่ดูดผ่าน
6. วัดและควบคุมความหนาแน่นของน้ำโคลนที่จะใช้ในการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน
7. ควบคุมขบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความสม่ำเสมอ
8. วัดหาปริมาณสารตะกั่ว หรือธาตุกำมะถันในผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียม
9. ควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบในขบวนการผลิตยางรถยนต์
10. ควบคุมน้ำหนักของกระดาษต่อหน่วยพื้นที่ในอุตสาหกรรมผลิตกล่องกระดาษ
11. ใช้เป็นเครื่องขจัดประจุกระแสไฟฟ้าสถิตย์บนแผ่นฟิล์ม ฟิล์มภาพยนตร์ หลอดแก้วที่ใช้บรรจุ
ผลิตภัณฑ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ
12. ใช้ตรวจสอบความรั่วซึมในการผนึกแน่นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ IC, Semiconductor, Watch
module ต่าง ๆ ด้วยก๊าซคริปตอน -85
13. ใช้ตรวจสอบและถ่ายรอยเชื่อมโลหะ หาความสึกหรอโดยไม่ทำลายชิ้นงาน (Non-Destructive
Testing : NDT) มีทั้งการใช้ X-rays, gamma rays และ neutron radiography
14. ใช้ในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันดิบ ความชื้นใต้ดิน ฯลฯ ด้วยรังสีนิวตรอน
15. ใช้ทำสีเรืองแสง
16. ใช้วัดหาปริมาณของถ่านลิกไนต์ และปริมาณเถ้า
17. การวิเคราะห์แร่ธาตุด้วยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ สำหรับการสำรวจทรัพยากรในประเทศ (neutron
activation and x-ray fluorescence analysis)
18. การใช้รังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อในเครื่องมือเวชภัณฑ์ เช่น กระบวนการฉีดยาสายน้ำเกลือ ถุงเลือด ถุงมือ
ด้านการเกษตร ชีววิทยาและอาหาร
ประเทศไทยมีการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร เป็นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ซึ่งกำลังแพร่ขยายออกไปสู่ชนบทเพิ่มมากขึ้น สำหรับประโยชน์ของรังสีด้านเกษตรกรรมมีดังนี้
1. การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ทราบว่าพื้นที่ที่ศึกษา
เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยชนิดใดลงไป
2. เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการดูดซึมของแร่ธาตุ และปุ๋ยโดยต้นไม้ และพืช
เศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อการปรับปรุงการใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. การฉายรังสีแกมมาเพื่อฆ่าแมลงและไข่ในเมล็ดพืชซึ่งเก็บไว้ในยุ้งฉาง และภายหลังจากบรรจุใน
ภาชนะเพื่อการส่งออกจำหน่าย
4. การใช้รังสีเพื่อการกำจัดแมลงศัตรูพืชบางชนิดโดยวิธีทำให้ตัวผู้เป็นหมัน
5. การถนอมเนื้อสัตว์ พืชผัก และผลไม้โดยการฉายรังสีเพื่อเก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ในการ
ขนส่งทางไกลและการเก็บอาหารไว้บริโภคนอกฤดูกาล
6. การใช้เทคนิครังสีเพื่อการขยายพันธุ์สัตว์เลี้ยงและการเพิ่มอาหารนม อาหารเนื้อในโคและกระบือ
7. การนำเทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา ในการเสาะหาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร
8. การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ ด้วยวิธีอาบรังสี วิเคราะห์สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยาปราบ
ศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้บริโภค
9. การเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ฉายพันธ์พืชเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (Induced
Mutation) เช่น
1. ข้าวมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวเจ้าจากผลการฉายรังสี มีการกลายพันธุ์มาเป็นข้าวเหนียว มีกลิ่นหอมเหมือนข้าวขาวมะลิ
2. ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งก็เป็นผลจากการฉายรังสีข้าวขาวมะลิ 105 แต่เป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ไวกว่า และมีผลผลิตสูงกว่าขาวมะลิ 15
3. ปอแก้ว เมื่อนำเมล็ดมาฉายรังสีได้พันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคโคนเน่า
4. ถั่วเหลือง ที่มีความทนทานต่อราสนิม
10.การศึกษาการใช้รังสีแกมมาเพื่อผลผลิตไหมไทยพันธุ์นางเหลือง โดยการฉายรังสีแกมมากับไข่ไหม
ที่สำนักพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ แล้วทำการเลี้ยง และศึกษาคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยหม่อนไหม ศรีสะเกษ จนถึงรุ่นที่ 8 พบว่าปริมาณรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปรับปรุงผลผลิตอยู่ระหว่าง 1.5-2.5 เกรย์ ทำให้รังไหมมีเปอร์เซ็นต์เปลือกรังเพิ่มขึ้น 80.62 และ 60.10 เปอร์เซ็นต์ ขนาดเส้นของใยไหมเพิ่มขึ้น 11.56 และ 7.37 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีอากาศร้อน ผลเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเน่าเสียจุลินทรีย์และพยาธิที่ก่อให้เกิดโรค รวมทั้งการทำลายของแมลงที่เกิดขึ้นกับผลผลิตการเกษตร มีปริมาณร้อยละ 30 สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (พปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้จัดตั้งโรงงานฉายรังสี อาหารและผลิตผลทางการเกษตรประเภทเอนกประสงค์ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างรัฐบาล อุตสาหกรรม และผู้บริโภค ในอันที่จะสร้างตลาดอาหารฉายรังสีภายในประเทศและต่างประเทศ โรงงานฉายรังสีอาหารซึ่งมีความแรงของรังสีเริ่มต้น 450,000 คูรี
ที่มา: www.googil.com ประโยชน์ของรังสี 6 พฤศจิกายน 2550
http://202.143.141.162/web_offline/nucleus/story6.htm