รังสีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการต่าง ๆ ดั้งนี้
1. กิจการอุตสาหกรรม
การใช้วัสดุกัมมันตรังสีและเทคนิคทางรังสีในทางอุตสาหกรรม ซึ่งเรียกว่า "เทคนิคเชิงนิวเคลียร์"
เป็นการนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ในทางสันติ สำหรับประเทศไทยได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในกิจการต่าง ๆ ดังนี้
- ใช้วัดระดับของไหล สารเคมีต่าง ๆ ในขบวนการผลิตในโรงงานเส้นใยสังเคราะห์ด้วยรังสีแกมมา
- ใช้ตรวจสอบระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ง ภายใต้ความดันสูงในการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบด้วยรังสีแกมมา
- ควบคุมการไหลผ่านของส่วนผสมในการผลิตปูนซีเมนต์
- วัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน ในขบวนการผลิตกระเบื้องกระดาษ
- วัดความหนาแน่นในการดูดสินแร่ในทะเล เพื่อคำนวณหาแร่ที่ดูดผ่าน
- วัดและควบคุมความหนาแน่นของน้ำโคลนที่จะใช้ในการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน
- ควบคุมขบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความสม่ำเสมอ
- วัดหาปริมาณสารตะกั่ว หรือธาตุกำมะถันในผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียม
- ควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบในขบวนการผลิตยางรถยนต์
- ควบคุมน้ำหนักของกระดาษต่อหน่วยพื้นที่ในอุตสาหกรรมผลิตกล่องกระดาษ
- ใช้เป็นเครื่องขจัดประจุกระแสไฟฟ้าสถิตย์บนแผ่นฟิล์ม ฟิล์มภาพยนตร์ หลอดแก้วที่ใช้บรรจุ
ผลิตภัณฑ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ
- ใช้ตรวจสอบความรั่วซึมในการผนึกแน่นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ IC, Semiconductor, Watch
module ต่าง ๆ ด้วยก๊าซคริปตอน -85
- ใช้ตรวจสอบและถ่ายรอยเชื่อมโลหะ หาความสึกหรอโดยไม่ทำลายชิ้นงาน (Non-Destructive
Testing : NDT) มีทั้งการใช้ X-rays, gamma rays และ neutron radiography
- ใช้ในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันดิบ ความชื้นใต้ดิน ฯลฯ ด้วยรังสีนิวตรอน
- ใช้ทำสีเรืองแสง
- ใช้วัดหาปริมาณของถ่านลิกไนต์ และปริมาณเถ้า
- การวิเคราะห์แร่ธาตุด้วยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ สำหรับการสำรวจทรัพยากรในประเทศ (neutron
activation and x-ray fluorescence analysis)
- การใช้รังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อในเครื่องมือเวชภัณฑ์ เช่น กระบวนการฉีดยาสายน้ำเกลือ ถุงเลือด ถุงมือ
2. ด้านการเกษตร ชีววิทยาและอาหาร
ประเทศไทยมีการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริม
กิจการเกษตร เป็นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ซึ่งกำลังแพร่ขยายออกไปสู่ชนบทเพิ่มมากขึ้น
-ควบคุมการแพร่พันธุ์ของแมลงในระหว่างการเก็บรักษา
-ควบคุมการงอกของพืชผักในระหว่างการเก็บรักษา -การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ทราบว่าพื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยชนิดใดลงไป
- เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการดูดซึมของแร่ธาตุ และปุ๋ยโดยต้นไม้ และพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อการปรับปรุงการใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- การฉายรังสีแกมมาเพื่อฆ่าแมลงและไข่ในเมล็ดพืชซึ่งเก็บไว้ในยุ้งฉาง และภายหลังจากบรรจุในภาชนะเพื่อการส่งออกจำหน่าย
- การใช้รังสีเพื่อการกำจัดแมลงศัตรูพืชบางชนิดโดยวิธีทำให้ตัวผู้เป็นหมัน
- การถนอมเนื้อสัตว์ พืชผัก และผลไม้โดยการฉายรังสีเพื่อเก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ในการ
ขนส่งทางไกลและการเก็บอาหารไว้บริโภคนอกฤดูกาล
- การใช้เทคนิครังสีเพื่อการขยายพันธุ์สัตว์เลี้ยงและการเพิ่มอาหารนม อาหารเนื้อในโคและกระบือ
- การนำเทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา ในการเสาะหาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร
- การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ ด้วยวิธีอาบรังสี วิเคราะห์สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยาปราบ
ศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้บริโภค
- การเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ฉายพันธ์พืชเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (Induced
Mutation) เช่น
1. ข้าวมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวเจ้าจากผลการฉายรังสี มีการกลายพันธุ์มาเป็นข้าวเหนียว มีกลิ่นหอมเหมือนข้าวขาวมะลิ
2. ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งก็เป็นผลจากการฉายรังสีข้าวขาวมะลิ 105 แต่เป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ไวกว่า
และมีผลผลิตสูงกว่าขาวมะลิ 15
3. ปอแก้ว เมื่อนำเมล็ดมาฉายรังสีได้พันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคโคนเน่า
4. ถั่วเหลือง ที่มีความทนทานต่อราสนิม -ยืดอายุการเก็บรักษาของอาหารสด
-ทำลายเชื้อโรคและพยาธิในอาหาร
-เสริมสร้างหลักประกันด้านความสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรค พยาธิ และสารเคมี ทำให้สุขภาพ
อนามัยของประชาชนดีขึ้นเป็นผลดีทางด้านสาธารณสุขมูลฐาน
- ยืดอายุการเก็บรักษาและการวางตลาด ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เช่น ใช้ทางเรือหรือ
รถยนต์แทนทางเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายจากการที่อาหารต้องเน่าเสียไปก่อนเวลาอันควรนับว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิต ผู้ขายปลีก และผู้บริโภคเพราะต้นทุนถูกลง
-ประหยัดพลังงาน พลังงานจากการฉายรังสีที่ 10 กิโลเกรย์ เทียบได้เท่ากับพลังงานจากความร้อน
ที่ใช้ในการทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นเพียง 2.4องศาเซลเซียส เท่านั้น
-ไม่ทำให้คุณลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลง ก่อนฉายรังสีเป็นอย่างไร หลังฉายรังสีก็เป็นเช่นนั้นสดเหมือนเดิม
- ขยายตลาดการค้า สามารถส่งไปจำหน่ายในท้องที่ห่างไกลจากแหล่งผลิตได้มากขึ้น
- ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเป็นไปตามกำหนดมาตรฐาน เป็นการส่งเสริมการส่งออก
-ลดปัญหาการถูกกักกัน ทำให้ภาพพจน์ของสินค้าดีขึ้น
- ปรับปรุงคุณสมบัติทางเทคนิคของอาหารทำให้ได้ผลผลิต (ยีลด์) สูงขึ้น
การศึกษาการใช้รังสีแกมมาเพื่อผลผลิตไหมไทยพันธุ์นางเหลือง โดยการฉายรังสีแกมมากับไข่ไหม ที่สำนักพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ แล้วทำการเลี้ยง และศึกษาคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยหม่อนไหม ศรีสะเกษ จนถึงรุ่นที่ 8 พบว่าปริมาณรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปรับปรุงผลผลิตอยู่ระหว่าง 1.5-2.5 เกรย์ ทำให้รังไหมมีเปอร์-เซ็นต์เปลือกรังเพิ่มขึ้น 80.62 และ 60.10 เปอร์เซ็นต์ ขนาดเส้นของใยไหมเพิ่มขึ้น 11.56 และ 7.37 เปอร์เซ็นต์
ตามลำดับ
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีอากาศร้อน ผลเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเน่าเสียจุลินทรีย์
และพยาธิที่ก่อให้เกิดโรค รวมทั้งการทำลายขอแมลงที่เกิดขึ้นกับผลผลิตการเกษตร มีปริมาณร้อยละ 30
สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (พปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้จัดตั้งโรงงานฉายรังสี อาหารและผลิตผลทางการเกษตรประเภทเอนกประสงค์ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างรัฐบาล อุตสาหกรรม และผู้บริโภค ในอันที่จะสร้างตลาดอาหารฉายรังสีภายในประเทศและต่างประเทศ โรงงานฉายรังสีอาหารซึ่งมีความแรงของรังสีเริ่มต้น 450,000 คูรี ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน พปส. ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับอาหารฉายรังสี ผลิตผลการเกษตร
พวกผักและผลไม้ เนื้อ ผลิตภัณฑ์หมูและผลิตภัณฑ์ปลา ไก่ ธัญพืช รวมทั้งไม้ตัดดอกเป็นจำนวนถึง 41,000ตันต่อปี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://202.143.141.162/web_offline/nucleus/story6.htm
www.np.ac.th/np/elearning/scince1/data/chp2.ppt
http://www.rmutphysics/oldfront/65/nuclear1/nuceng.html
http://202.143.141.162/web_offline/nucleus/story8.htm