ตอบ
เราสามารถนำประโยชน์ไปใช้ในทางอุตสาหกรรมและทางเกษตรกรรม ได้หลายวิธี
ก่อนอื่นเราจะมาอธิบายการใช้ประโยชน์ในแต่ละทาง เริ่มจาก

1. ด้านอุตสาหกรรม
การใช้ประโยชน์พลังงานนิวเคลียร์ในด้านอุตสาหกรรมมีอะไรบ้าง 
ได้มีการพัฒนาและนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถจำแนกออกเป็น ๓ แบบ ตามวิธีการของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ดังนี้
๑. อุตสาหกรรมด้านพลังงาน
ก. อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตเรือสินค้า เรือเดินสมุทร เรือตัดน้ำแข็ง เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
ข. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
๒. อุตสาหกรรมการฉายรังสี
การใช้รังสีพลังงานสูงมาฉายรังสีวัสดุ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทางชีววิทยา และทางกายภาพ เพื่อประโยชน์ในด้านการปรับปรุงคุณภาพของวัสดุ การกำจัดจุลินทรีย์บางชนิดในอาหาร โดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้
ก. การฉายรังสีอาหาร
ประเทศไทยมีศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตร ซึ่งขึ้นอยู่กับสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยเปิดเป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ ใช้ไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ มีกัมมันตภาพรังสีตอนเริ่มต้น ๔๔,๐๐๐ คูรี สามารถให้บริการฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตรที่สำคัญคือ เครื่องเทศ สมุนไพร ผลไม้ กุ้งแช่แข็ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม แหนม ถั่วเขียว และมะขามหวาน
ข. อุตสาหกรรมการปลอดเชื้อจุลินทรีย์
รังสีแกมมาจากไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ ได้นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการปลอดเชื้อโรคในผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เวชภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ และเนื้อเยื่อ โดยมีจำนวนมากกว่า ๑๔๐ โรงงาน ใน ๔๐ ประเทศ สำหรับประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมปลอดเชื้อ จำนวน ๕ แห่ง
ค. อุตสาหกรรมพอลิเมอร์
รังสีแกมมาหรืออิเล็กตรอนสามารถไปช่วยเร่งการเกิดปฏิกิริยาในการผลิตสารพวกพอลิเมอร์ต่างๆ เช่น
- การฉายรังสีไม้เนื้ออ่อนที่ถูกอัดด้วยสารมอนอเมอร์ จะทำให้กลายเป็นสารพอลิเมอร์ที่มีความแข็งมากขึ้น ใช้สำหรับทำพื้นปาร์เกต์หรือท่อนไม้ที่ต้องการให้มีความแข็งสูง
- การฉายรังสีเพื่อไปช่วยให้มอนอเมอร์จับตัวกับพอลิเมอร์เรียกว่า การต่อกิ่ง (grafting) เช่น การนำน้ำยางธรรมชาติมาฉายรังสีเพื่อทำกาวให้เหนียวขึ้น หรือทำยางพลาสติก
- การฉายรังสีเพื่อไปทำให้พอลิเมอร์จับตัวกันเป็นร่างแหสามมิติ และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความคงทนต่อความร้อน เช่น ใช้ในการผลิตฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟม
- การฉายรังสีน้ำยางธรรมชาติที่ผสมกับสารเคมี เพื่อให้มีการจับตัวกันของพอลิเมอร์เป็นแผ่นยาง (rubber vulcanization)
๓. การตรวจวัดและควบคุมโดยเทคนิคนิวเคลียร์ในโรงงานอุตสาหกรรม
การใช้วัสดุกัมมันตรังสีและเทคนิคทางรังสีซึ่งเรียกว่า “เทคนิคนิวเคลียร์” มาใช้ประโยชน์ในระบบตรวจวัดและควบคุมต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบัน มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย มีตัวอย่างคือ
- การใช้รังสีแกมมาวัดระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ง เพื่อการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบ
- การใช้รังสีแกมมาวัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน เพื่อการผลิตกระดาษ และกระเบื้อง
- การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบ เพื่อการผลิตยางรถยนต์
- การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาของแผ่นเหล็ก
- การใช้รังสีบีตาวัดและควบคุมน้ำหนักของกระดาษในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ
- การใช้รังสีเอกซ์วัดหาปริมาณตะกั่ว และกำมะถันในการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
- การใช้รังสีนิวตรอนในการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ดิน ความชื้นใต้ดิน ฯลฯ ด้วยรังสีนิวตรอน
- การใช้รังสีแกมมาตรวจสอบรอยเชื่อมโลหะ การหารอยรั่วและรอยร้าวของวัสดุ หรือหาความสึกหรอโดยวิธีที่ไม่ทำลายชิ้นงาน มีทั้งการใช้ X-ray , Gramma rays และ Neutron radiography
-การวิเคราะห์แร่ธาตุด้วยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ สำหรับการสำรวจทรัพยากรในประเทศ (Nuetron activation and X-ray fluorescence analysis )
- การใช้รังสีแกมมาวัดหาปริมาณเถ้าในถ่านหินบนสายพานลำเลียง 
-ควบคุมการไหลผ่านของส่วนผสมในการผลิตปูนซีเมนต์
- การใช้รังสีแกมมาวัดระดับของไหล หรือสารเคมีในกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์
-วัดความหนาแน่นในการดูดสินแร่ในทะเล เพื่อคำนวณหาแร่ที่ดูดผ่าน
-ควบคุมขบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความหนาแน่นสม่ำเสมอ
-ใช้เป็นเครื่องขจัดประจุกระแสไฟฟ้าสถิตย์บนแผ่นฟิล์ม ฟิล์มภาพยนต์ หลอดแก้วที่ใช้ บรรจุผลิตภัณฑ์ เวชศาสตร์ต่างๆ
-ใช้ตรวจสอบความรั่วซึมในการผลึกแผ่นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์,IC,Semiconductor,watch,moduleต่างๆด้วยก๊าซคริบตอน-85
-ใช้ทำสีเรืองแสง
-การใช้รังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อโรคในเครื่องเวชศาสตร์เช่น กระบวนการฉีดสายน้ำเกลือ ถุงเลือด ถุงมือต่างๆ ฯลฯ
-วัดและควบคุมความหนาแน่นของน้ำโคลนที่จะใช้ในการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน
-ฯลฯ

2. ทางด้านเกษตรกรรม
การใช้ประโยชน์พลังงานนิวเคลียร์ในกิจการเกษตรมีอะไรบ้าง 
 ประเทศไทยได้มีการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร เพื่อการเพิ่มปริมาณผลผลิต และเพิ่มคุณภาพของผลผลิตดังต่อไปนี้
๑. การปรับปรุงพันธุ์พืช
ษย์ได้รู้จักปรับปรุงพันธุ์พืชมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่เริ่มมีการเพาะปลูก โดยใช้วิธีคัดเลือกลักษณะที่เห็นว่าดีในธรรมชาติ เก็บขยายพันธุ์ ต่อมาได้รู้จักนำพันธุ์ที่ดีมาผสมกัน จนในปัจจุบัน มีการนำรังสีมาใช้งานปรับปรุงพันธุ์พืช โดยรังสีสามารถชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ รังสีที่นิยมใช้คือรังสีแกมมาและรังสีเอกซ์ เพราะสามารถฉายผ่านทะลุเข้าไปถึงเนื้อเยื่อภายในได้ดี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับยีนส์ (genes) ซึ่งเป็นหน่วยพันธุกรรมหรือทำให้เกิดการขาดของโครโมโซม ทำให้ได้ลักษณะพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา การใช้รังสีสามารถใช้กับส่วนขยายพันธุ์ต่าง ๆ ของพืช เช่น กิ่งตา หน่อ ไหล แต่ที่นิยมมากคือ เมล็ด เนื่องจากหาได้ง่ายมีปริมาณมากและสะดวกในการขนส่ง แม้ว่าจะต้องใช้รังสีขนาดสูงกว่าส่วนอื่น ๆ ของพืชก็ตาม
 การใช้รังสีในการปรับปรุงพันธุ์พืชนั้นประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีในพวกพืชผสมตัวเอง เช่น ข้าว ถั่ว ยาสูบ มะเขือเทศ และในพวกไม้ดอกไม้ประดับก็มีการเปลี่ยนสีดอก ส่วนพืชพวกผสมข้าม เช่น ข้าวโพด ก็มีบ้างแต่เป็นส่วนน้อย ลักษณะต่าง ๆ ของพืชที่สามารถปรับปรุงโดยการใช้รังสี เช่น ผลผลิต ระยะเวลาการออกดอก และการสุกของผล ทรงต้นของพืช ความต้านทานต่อการล้มและการหักของต้น ความทนต่อสภาพภูมิอากาศหรือภูมิประเทศบางแห่ง ความตานทานต่อโรคและแมลง การเพิ่มปริมาณโปรตีน แป้ง น้ำมัน ฯลฯ และการใช้ประโยชน์จากรังสีในด้านเกษตรชีววิทยาและอาหารนั้นการใช้รังสีเอกซ์ รังสีแกมมา หรือรังสีนิวตรอนฉายไปยังเซลล์ของพืช จะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์พืชหยุดชะงัก มีการแบ่งตัวของเซลล์ล่าช้า เซลล์มีการกลายพันธุ์ เพื่อสร้างพันธุ์พืชที่มีลักษณะดีตามความต้องการ สำหรับประเทศไทย พืชที่สามารถปรับปรุงพันธุ์ได้สำเร็จและเพาะปลูกกันอย่าง แพร่หลายมีอยู่ ๑๐ ชนิด คือ ข้าวจำนวน ๓ พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ กข๖ กข๑๐ และ กข๑๕ ถั่วเหลืองพันธุ์ดอยคำ และพืชสวน ได้แก่ เก๊กฮวย คาร์เนชัน เบญจมาศ พุทธรักษา ปทุมมา และกล้วยหอมทอง
๒. การทำหมันแมลง
วิธีการกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยเทคนิคการใช้แมลงที่เป็นหมัน (Sterile Insect Technique : SIT) เริ่มจากการเพาะเลี้ยงแมลง ให้มีปริมาณมากเพื่อผลิตดักแด้ ต่อมานำดักแด้ไปฉายรังสีแกมมาเพื่อให้เป็นหมันแล้วนำไปปล่อยในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง การผสมพันธุ์จะไม่สามารถกำเนิดลูกหลานต่อไปได้ เป็นการลดการขยายพันธุ์ ทำให้จำนวนประชากรแมลงลดลงหรือหมดไปในที่สุด การควบคุมจำนวนของแมลงโดยวิธีทำหมันด้วยรังสีนี้เป็นการควบคุมและกำจัดแมลงเฉพาะชนิด ไม่มีผลต่อแมลงชนิดอื่นที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงปอทางสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการกำจัดแมลงวันผลไม้ ในพื้นที่บริเวณดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผลสำเร็จอย่างดียิ่ง ทำให้ผลผลิตของผลไม้เมืองหนาว เช่น ลูกพลับ สาลี่ ท้อ และลูกพรุน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก หรืออาจจะเป็นตัวอย่างงานวิจัย
  เรื่อง   แมลงวันผลไม้
 การควบคุมและกำจัด
การควบคุมและกำจัดแมลงวันผลไม้ที่มีประสิทธิภาพ จะต้องผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน (Integrated pest control) คือการใช้เหยื่อพิษ (Bait spray) การใช้กับดักกำจัดตัวเต็มวัยตัวผู้ (Male annihilation) และการใช้แมลงที่เป็นหมันด้วยรังสี (Sterile insect technique) ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนมีขั้นตอนในการปฏิบัติการควบคุมและกำจัด มีการติดตามผลและมีการประเมินผลจะส่งผลให้การควบคุมและกำจัดแมลงวันผลไม้บรรลุถึงเป้าหมาย
การควบคุมและกำจัดแมลงวันผลไม้โดยเทคนิคการใช้แมลงที่เป็นหมันด้วยรังสีเป็นวิธีการใช้แมลงวันผลไม้ชนิดเดียวกันควบคุมและกำจัดประชากรของมันเอง โดยการปล่อยแมลงวันผลไม้ที่เป็นหมัน ออกไปผสมพันธุ์กับแมลงในธรรมชาติ ผลของการผสมพันธุ์นี้จะไม่สามารถเกิดลูกหลานต่อไปได้ เมื่อทำการปล่อยแมลงวันผลไม้ที่เป็นหมันจำนวนมากๆ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ก็ทำให้จำนวนประชากรแมลงวันผลไม้ในธรรมชาติลดลงหรือหมดไป การควบคุมและกำจัดแมลงโดยวิธีการนี้เป็นการควบคุมและกำจัดแมลงเฉพาะชนิด ไม่มีผลกระทบต่อแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ตัวห้ำ และตัวเบียน และไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
และยังได้รับการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการเกี่ยวกับการใช้รังสีในการส่งเสริมการเกษตร โดยร่วมมือกับสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการใช้รังสีเพื่อกำจัดแมลงและไล่ศัตรูพืชในพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอกในเมล็ดพืช ธัญพืช เช่น มะม่วง มะขามหวาน กระเจี๊ยบเขียว กล้วยไม้ และการใช้รังสีเพื่อถนอมอาหาร ยืดอายุการเก็บรักษา ควบคุมการงอก ชะลอการสุก กำจัดเชื้อโรคและพยาธิ เช่น แหนม มันฝรั่ง พริกแห้ง พริกไทย การทำหมันแมลงผลไม้ เป็นต้น และเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ เกิดผลเป็นรูปธรรมต่องานส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้จัดตั้งสถาบันรังสีเพื่อการส่งเสริมการเกษตรขึ้น โดยให้เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร แบ่งการบริหารเป็นฝ่ายอำนวยการ กลุ่มงานรังสีเพื่อการควบคุมศัตรูพืช กลุ่มงานรังสีเพื่อการพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตร กลุ่มงานรังสีเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์ และศูนย์ปฏิบัติการรังสีเพื่อการส่งเสริมการเกษตร
๓. การถนอมอาหารด้วยรังสี
การถนอมอาหารโดยการฉายรังสี เช่น รังสีแกมมาให้พลังงานสูงถึง ๑.๓๓ ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ ที่สลายตัวมาจากไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ หรือการใช้เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน ที่ให้อิเล็กตรอนพลังงานสูงถึง ๑๐ ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ ไปทำลายยีน และรบกวนการแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เป็นผลให้จุลินทรีย์ เช่น บัคเตรี เชื้อรา ยีสต์ พยาธิ และแมลงตาย หรือเป็นหมันได้ สำหรับในพืชนั้น รังสีจะทำให้อัตราการหายใจและกระบวนการทางชีวเคมีเปลี่ยนไป ทำให้ผลไม้บางชนิดสุกช้าลง ทำให้มันฝรั่งและหอมหัวใหญ่งอกช้าลง และทำให้เห็ดบานช้าลง กล่าวโดยสรุปคือ การถนอมอาหารโดยการฉายรังสีสามารถควบคุมการแพร่พันธุ์ของเชื้อโรค พยาธิ และแมลง ควบคุมการงอก การสุก และการเน่าเสียของผลิตผลการเกษตรได้  และการแผ่รังสีที่มีพลังงานได้จากการแตกตัวของโครงสร้างของอะตอม วัสดุที่เกิดจากการแตกตัวของอะตอม เรียกกว่า สารกัมมันตภาพรังสี ได้แก่ ธาตุยูเรเนียม ซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีตามธรรมชาติและโคบอส์ 60 ซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่มีการสร้างขึ้น
รังสีที่กล่าวมามีอำนาจในการทะลุเข้าไปในวัสดุไม่เท่ากัน คือ
              - อนุภาคอัลฟาไม่ทะลุผ่านกระดาษ
              - อนุภาคเบตา หรืออิเล็กตรอนมีอำนาจทะลุดีกว่า แต่ไม่ผ่านแผ่นอลูมิเนียม
              - รังสีแกมมามีอำนาจในการทะลุสูง จะทะลุผ่านตะกั่วที่หนาเกินไป
              - รังสีเอกซ์มีอำนาจในการทะลุพอประมาณ แต่มีราคาแพงและความยาวคลื่นที่ยาวเกินไป
              - รังสีนิวตรอน มีอำนาจในการทะลุอย่างมหาศาล และมีพลังงานที่มีอำนาจสูง สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะตอมของสารที่ทะล
ุผ่านและทำให้สารนั้นกลายสภาพเป็นสารกัมมันตภาพรังสีได้  ในการใช้รังสีเพื่อการถนอมอาหาร เราต้องการรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้นและมีอำนาจในการทะลุงสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายจุลินทรีย์และเอนไซม์ รังสีที่มีคุณภาพในการถนอมอาหาร คือ รังสีแกมม่า และอนุภาพเบตา ได้มาจากสารกัมมันตภาพรังสีคือสารยูเรเนียมที่เลิกใช้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์แล้ว สารกัมมันตภาพรังสีเก็บไว้ในบ่อลึก 16 ฟุต อาหารที่บรรจุไว้ในภาชนะจะถูกหย่อนลงไปในวัตถุทรงกระบอกที่แช่อยู่ในน้ำ และอยู่ในรัศมีของกัมมันตภาพรังสี ทิ้งไว้เป็นเวลานานพอที่อาหารจะได้รับปริมาณรังสีมากพอ ไม่สูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีหน่วยเรียกเป็น แรด (rad) ถ้าอาบรังสีนานเกินไปอาหารจะกลายเป็นสารกัมมันตภาพรังสีได้
  ประโยชน์การถนอมอาหารด้วยรังสี   การถนอมอาหารด้วยรังสีมีประโยชน์ดังนี้ คือ
       1. รักษาอาหารให้คงสภาพเหมือนเดิมอยู่ได้นาน ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ในรูปลักษณะ สี กลิ่น
และรสอาหาร
       2. ช่วยทำให้สามารถรักษาอาหารที่วางขายอยู่ในท้องตลาดให้คงสภาพอยู่ได้นาน เช่น เนื้อสด ปลา ผัก และผลไม้ เป็นต้น
       3. ป้องกันการงอกของพืช ข้าว ต่าง ๆ เช่น มันฝรั่ง หอมหัว หอมใหญ่ เป็นต้น
       4. ทำลายแมลงในรูปลักษณะต่าง ๆ ที่มีอยู่ในอาหารได้เป็นอย่างดี
       5. เป็นเสบียงสำหรับทหารในสนามรบ ซึ่งขาดแคลนอาหาร เนื่องจากไม่มีตู้เย็นต้องอาศัยอาหารแห้ง
และอาหารกระป๋อง อาหารอาบรังสีเป็นการฆ่าเชื้อโรคแบบเย็น ซึ่งไม่ทำให้ลักษณะของอาหารเปลี่ยนไป
       6. สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนา ซึ่งขาดแคลนตู้เย็น การถนอมอาหารโดยการอาบรังสีทำให้เก็บอาหาร
ไว้ที่อุณหภูมิปกติได้เป็นเวลานาน
๔. ประโยชน์ทางด้านอื่นๆ
ก. เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการดูดซึมแร่ธาตุและปุ๋ยของต้นไม้ และพืชเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อปรับปรุง การใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ข. การใช้เทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา เพื่อเสาะหาแหล่งน้ำใต้ดินสำหรับการเกษตร
ค. การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ทราบว่า พื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช ชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยชนิดใดลงไป
ง. การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ด้วยวิธีอาบรังสีนิวตรอน เพื่อวิเคราะห์สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง และธาตุมลพิษ ซึ่งมีความสำคัญ ต่อผู้บริโภค 

            นางสาวจุฑารัตน์  สอนชาวเรือ   รหัสนิสิต 49661967       สาขาวิชา รังสีเทคนิค   คณะสหเวชศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร
 ที่มา
-http://www.oaep.go.th/nstkc/content/view/133/29/  (10/11/50)
-ผู้แต่ง สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ,หนังสือการฝึกอบรมหลักสูตรการป้องกันอันตราย-จากรังสี2,หน้า  4-6 ในหัวข้อเรื่อง การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย.
-www.ams.cmu.ac.th/depts/rt/know.html - 12k (10/11/50)
-www.thaipost.net/index.asp?bk=xcite&post_date=18/Oct/2544&news_id=41719&cat_id=200700 - 181k (10/11/50)
-southnfe.go.th/LearnSquare/courses/31/keepcook2_05.htm - 29k (10/11/50)
-www.tint.or.th/application/apply-plant.html - 12k (11/11/50)A
-www.icphysics.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=2749 - 90k (11/11/50)