ขอบคุณที่คุณเม้งเข้าใจค่ะ
พี่ว่า เราขาดการวิจัยแบบเจาะลึกมาก มีอะไรให้ทำเยอะมากนะคะ แต่เราอาจจะเห็นว่าเสียเวลา จริงๆแล้ว ไม่มีการเสียเวลา มันคุ้ม แต่เกษตรกร ติดปัญหาเรื่องทุนและนักวิชาการที่จะไปช่วย แต่นักวิชาการ ถ้าไม่มีทุน เขาก็ทำไม่ได้
ข้าวโพดหวานและพืชผักทุกชนิดที่พี่ขาย ผลิตเมล็ดพันธุ์เองทั้งนั้น ปลูกได้ครั้งเดียว
เคยส่งผลไม้ไปขายยุโรป โดยระบบ Controlled Atmosphere แบบที่เนเอร์แลนด์ทำเป็นอุตสาหกรรม แต่เราทำยากมาก เพราะ เราcontrol ชาวไร่ไม่ได้ ชาวไร่ ต้องใช้ปุ๋ยและเคมีตามที่เรากำหนดให้ มิฉะนั้น ของจะเสียในตู้Container เพราะพืชเป็นสิ่งมีชีวิต เขาจะหายใจเข้าออก และจะมีแกสเสียออกมา เช่น มีเธน สาเหตมาจากพวกปุ๋ยที่ใช้ในแปลงปลุก ทำให้พืชผักเสียค่ะ มันเป็นอะไร ที่ซับซ้อน ไม่ง่ายค่ะ
จุดยืนของเนสท์เล่ทำมาหากินอยู่ในธุรกิจอาหาร
ฉะนั้นไม่ว่าเนสท์เล่จะขยายอาณาจักรไปที่ไหน สิ่งหนึ่งที่ต้องเติบโตควบคู่กันไปก็คือ ชุมชนแวดล้อมที่อยู่ร่วมกัน ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย
พี่ชอบ กลยุทธ์ CSR ของธุรกิจเนสท์เล่ เรียบง่าย ตรงไปตรงมา อย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
"ทำอะไรก็ได้ที่ยั่งยืนไม่ฉาบฉวย แต่ในทุกสิ่งที่ทำ ต้องสามารถช่วยเหลือชุมชนให้ยืนได้ด้วยตัวเอง"
เนสท์เล่อยู่ในธุรกิจกาแฟมานานในประเทศเราร่วม 20 ปีค่ะ เนสกาแฟเป็นแบรนด์ที่สร้างรายได้ให้เนสท์เล่สูงสุด เกินกว่าครึ่งของรายได้รวมทั้งบริษัท
ไม่ได้เชียร์ เพราะเป็นลูกค้านะ แต่เขาชำนาญจริงๆ