P 1. สิงห์ป่าสัก

สวัสดีครับพี่ยุทธ

  • สบายดีนะครับพี่ ขอบคุณมากๆ เลยครับ
  • ใช่แล้วครับ เราก็เป็นส่วนหนึ่งในธรรมชาติ เรามีการเรียนรู้ การเรียนรู้นำไปสู่การปรับตัวที่ดีกว่า นั่นคือคือกระบวนการวิจัยแล้วครับ
  • หากเราคิดเล่นๆ ต้นไม้ในยุคแรกๆ กว่าจะมาเป็นไม้ยืนต้น จากยุคแรกเป็นมอส ไลเค่น จะเห็นว่าเค้าปรับตัวมาได้เป็นพันเป็นล้านปี ตามแต่ความซับซ้อน เค้าเหล่านั้นล้วนต้องทำวิจัยทั้งสิ้นครับ
  • ต้นไม้ก็ต้องทำวิจัยครับ ต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ ก็ล้วนทำวิจัย ในพื้นที่หนาวๆ ก็ต้องวิจัยตัวเองในการที่จะปรับตัว คนเราไปอยู่ที่ต่างๆ เราก็ล้วนต้องวิจัยเพื่อปรับใจเข้าหากันใช่ไหมครับ
  • การวิจัยองค์กรเพื่อวิจัยใจร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวในองค์กรนั้นเลยสำคัญครับ
  • ผมว่าสิ่งที่เราทำได้ คือ ทำวิจัยแบบใจสั่งมา หรือผมเรียกว่า ศรัทธาวิจัย นั่นเองครับ ทำแล้วดี ปรับปรุงต่อยอดจนนำไปใช้ได้ แน่นอนว่าวิจัยหนึ่งชิ้นจะส่งผลต่อคนในระดับต่างๆ ต่างกัน นั่นคือประโยชน์จากผลงานวิจัยจะได้รับแตกต่างๆกันตามลักษณะการนำไปใช้
  • การคิดวิจัยแบบไร้กรอบ หรือไม่ยึดติดกับกรอบหรือขอบ หรือรั้วนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญมากครับโดยเฉพาะการเปิดใจแบบไร้กรอบ จะทำให้เราวิจัยกับพ่อแม่ ชาวบ้าน ได้อย่างไม่มีกำแพงกั้น ไปขอความรู้พื้นฐานจากชาวบ้าน เพื่อนำมาประมวผล แล้วให้ชาวบ้านเป็นที่ปรึกษาแล้วนำเสนอต่อรัฐให้รับทราบผลการวิจัย แล้วกลับไปหาชาวบ้านอธิบายให้ท่านทั้งหลายในชุมชนฟังผลการวิจัยนั้น แล้วชวนทำต่อ เป็นการเรียนรู้ร่วม จะสนุก ชาวบ้านจะเพลิดเพลิน แล้วทำด้วยใจ เพราะท่านเหล่านั้นจะรู้ึสึกว่า ท่านมีความชำนาญในด้านนั้นจริงๆ มีคุณค่าในชุมชนด้วย แล้วทำงานร่วมกันกับนักวิจัยของรัฐของคนของการศึกษาได้
  • เราทานอาหารเผ็ดร่างกายเรายังต้องวิจัยอาหารทุกๆ มื้อเลยครับ ว่ากินอะไรมา จะปล่อยกรดออกมาเท่าไหร่ ให้เพียงพอ กินมากกินน้อย ปล่อยกรดน้อยมากอย่างไร
  • งานวิจัยจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเรามีระบบคิด สงสัยอย่างมีหลักการ ทดลองอย่างมีเป้าหมาย แล้วเราจะเดินได้...
  • เข้ามาเพิ่มได้อีกนะครับ ผมอยากจะคุยเรื่องเหล่านี้มากๆ ครับ เพราะส่วนหนึ่งของผมคือ ผมวางแผนจะทำวิจัยร่วมกับพ่อแม่ในทางด้านการเกษตรเ่ช่นกันครับ ตอนนี้เป็นเพื่อนร่วมวิจัยทางสายโทรศัพท์ครับ
  • ขอบคุณพี่มากครับ