อ่านข้อเขียนของคุณแล้วบอกถึงจิตวิญญาณของเด็ก สคม. เด๊ะเลย ดิฉันก็เป็นเด็ก สคม. เหมือนกัน อยู่วงการสา'สุขเหมือนกัน น่าจะรุ่นไล่เลี่ยกันด้วยนะ แต่นึกไม่ออก ไม่เป็นไรถือว่าได้เจอกันแล้ว
ตั้งแต่จบมาก็หาทางอยู่ตลอดเวลานะคะที่จะผนวกสิ่งที่คุณว่าเข้าไปกับงาน ยิ่งทำงานด้านจิตใจด้วย โจทย์ยากมากเวลาจะแปลงให้เป็นรูปธรรมสำหรับคนที่ยืนบนหลักในวิทยาศาสตร์จ๋า แต่จิตใต้สำนึกเป็นแบบเอเชียไง
แล้วสิ่งที่ทำได้ ณ ปัจจุบันคือ นำเสนอแทรกเข้าไปในข้อเขียนต่างๆ แบบบูรณาการ ซึ่งก็แล้วแต่เรื่องว่าจะเป็นแบบไหน แล้วก็มักเจอทางตันเวลาที่ต้องเขียนแหล่งอ้างอิง จนน้องๆ ที่ทำงานด้วยกันต้องบอกว่าสงสัยต้องอาศัยบารมีทางวิชาการที่สะสมมานานแล้วมั๊ง เช่น ตัวเลขห้อยท้ายตำแหน่ง เขาถึงจะเชื่อ ฮ่าฮ่า..
สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้มาก็คือ เราต้องมีประสบการณ์ตรงเราจึงจะสื่อให้คนอื่นเข้าใจได้ ซึ่งประสบการณ์ที่ว่าต้องไม่ใช่แค่การคิดได้ แต่ต้องรับรู้และรู้สึกได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเห็นทุกข์ ทำความเข้าใจทุกข์และจัดการกับทุกข์โดยใช้ปัญญา