Thich Nhat Hanh l'Eveillé du village des Pruniers
ติช นัท ฮัน ผู้ตื่นแห่งหมู่บ้านลูกพรุน
เคยได้ยินชื่อท่านมาบ้างแล้ว เห็นหนังสือที่ท่านเอกซื้อมาอ่านเลยค้นคว้าดูพบว่า
ท่านหนีสงครามเวียดนามไปอยู่ฝรั่งเศสเมื่อปี ๑๙๗๐ เป็นผู้นำเสนอศาสนาพุทธแบบเซนให้กับชาวตะวันตกที่มาจากทั่วยุโรปและอเมริกาเพื่อฟังคำสอนของท่านในหมู่บ้านพรุนแถวบอร์โดถิ่นไวน์ดีของฝรั่งเศส
ผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านจะจับอยู่กับลมหายใจเข้าออกตลอดเวลา ทำให้เกิดสติที่มั่นคงสม่ำเสมอในการหายใจ การเดิน การพูด การมอง การกิน การดม การสัมผัส และการใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง สัตว์ พืช
"หายใจ แสดงว่า ท่านยังมีชีวิตอยู่" ข้อความเขียนติดผนัง
ท่านได้เริ่มมาตั้งถิ่นฐานในถิ่นปลูกไวน์มีชื่อเสียงก้องโลกของฝรั่งเศสในช่วงปี ๑๙๘๒ โดยถอนต้นองุ่นทิ้งและปลูกต้นพรุนแทนจำนวน ๑๒๕๐ ต้น ตัวเลขที่มีความหมายในศาสนาพุทธเมื่อภิกษุจำนวน ๑๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชาเป็นวันเกิดพระธรรม และต้นพรุนมีความหมายถึงความยั่งยืนนิรันดร์ นอกจากนั้น ยังมีบ่อน้ำที่มีกอบัวปลูกอยู่มากมาย ดอกบัวสัญญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการตื่นขึ้นจากโคลนตม
ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าแสวงหาทางสงบให้กับชีวิตจากหลายประเทศ อเมริกา เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวิส ฯลฯ ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ชาวพุทธ คริสต์ หรือคนไม่มีศาสนา ต่างเดินทางมาเรียนกับท่านติช นัท ฮัน
ทุกคนจะต้องยึดถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และถือศีลห้า ความเคารพซึ่งกันและกันของสิ่งมีชีวิต ทุกคนในหมู่บ้านจะกินอาหารมังสวิรัต และเคารพในสิ่งมีชีวิตแม้จะเป็นแมลงตัวเล็ก
"พืชผักจะเป็นอย่างไรถ้าไร้แสงตะวัน ไร้น้ำ ไร้คนปลูก นั่นคือ พืชอยู่ไม่ได้ด้วยตัวเอง คนเราก็เช่นกัน ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันด้วยความเคารพต่อกัน"
"เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง"