เห็นด้วยกับการที่ครูให้การบ้านนักเรียนเยอะๆ โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาที่กำลังจะเป็นบ้านไปกับโทรศัพท์มือถือ  ถ้ามีการบ้านเยอะๆน่าจะลดการคุยโทรศํพท์ได้บ้าง  แต่ขอฝากว่าคุณครูจะต้องเอาจริงคือตรวจการบ้านและบันทึกการให้คะแนนอย่างเคร่งครัด  ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครูที่ให้ความสนใจและให้การบ้านเด็กนะครับ  
             การให้บริการโทรศัพท์ก็เหมือนกัน  ทุกวันนี้ช่างไม่มีความคิดสร้างสรรค์อะไรเลย  มีแต่สร้างนิสัยให้เด็กไทยเป็นเด็กขี้คุยทั้งวี่ทั้งวัน  ไม่สนใจการงานขนาดเดินไปกับพ่อกับแม่ก็ยังคุยโทรศัพท์ไม่หยุดไม่สนใจคนที่อยู่ใกล้เลย  เมาส์ลูกเดียว เพราะอะไร  
              สาเหตุน่าจะมาจากยิ่งโทรนานยิ่งจ่ายถูก  ความคิดแบบเด็กๆก็เลยเมาส์ลูกเดียว  ยกหูที่เดียวจนแบตเตอรี่หมดประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง จึงหยุดเมาส์  แล้วจะเอาเวลาไหนทำงาน อ่านหนังสือ  ทำการบ้าน 
              บริษัทโทรศัพท์  หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และกระทรวงวัฒนธรรมน่าจะมีบทบาทในการพิจารณาเรื่องนี้  หมายถึง  ถ้าโทรธุรสำคัญจำเป็นภายใน 1 นาที  น่าจะคิดราคาสัก 1 บาท  ถ้าโทรนาน 2 นาทีหรือนาทีต่อๆไปจึงเพิ่มค่าบริการขึ้นเรื่อยๆ จึงจะเป็นการสร้างนิสัยให้คนไทยรู้จักประหยัด  แต่ที่ผ่านมาจะเป็นการสร้างนิสัยฟุ่มเฟือยให้เด็กไทยโดยไม่รู้ตัว ใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ คุยกันไร้สาระ  มีแต่เรื่องสัพเพเหระ  เรื่องรัก เรื่องใคร่  ไม่สนองพระราชดำรัสแบบพอเพียง  สร้างวัฒนธรรมนั่งคอเอียงเป็นเวลานานๆ  ค่าโทรถูกจึงโทรนาน  แต่เคยคิดบ้างไหมว่ากระแสไฟฟ้า  น้ำมันราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ  ขืนปล่อยไปอย่างนี้ เมืองไทยแย่แน่ๆ