หลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้รับทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวใดๆอีก คือไม่ได้สนใจจะติดตามอะไร ก็เหมือนกับอ่านข่าวคนดังแล้วก็ลืมๆไปประมาณนั้น
มาเจอเธออีกทีก็ที่ศูนย์หนังสือจุฬา คือหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพราะเห็นหน้าปกมันใสๆดี เปิดอ่านไปคร่าวๆ ก็สดุดกับชื่อผู้เขียน จำได้ว่าคือเธอนั้นเอง เลยลองอ่านผ่านๆไปแบบรวดเร็ว เจอประโยคโดนๆหลายอันนะ เลยซื้อกลับมาอ่านที่บ้านดังที่บอกไว้ด้านบน
หลังจากอ่านเสร็จได้ไม่นาน ก็มีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งว่ามีปัญหาในชีวิต เลยคิดว่าจะช่วยเธอได้อย่างไรบ้าง สิ่งที่ทำในตอนนั้นคือ นำหนังสือเล่มนี้ไปให้เธออ่าน เมื่อเธออ่านจบ เธอกล่าวคำขอบคุณและบอกว่าหนังสือเล่มนี้เพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งในกลุ่มของพวกเรายืมไป ซึ่งผมก็คิดว่าดีแล้วล่ะคงเป็นประโยชน์กับเธอบ้างตามสมควร ต่อมาคนที่ยืมย้ายไปอยู่ที่อื่น จนถึงบัดนี้ผมยังไม่ได้รับหนังสือเล่มนี้คืนเลย
เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้มีข้อคิดเตือนใจ คงโดนใจใครหลายคนเป็นแน่ เพราะมันคือความจริง เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมะล้วนๆนั้นเอง แต่มาในรูปของการบอกเล่าในทางโลก พยายามตัดคำพระออกไป แล้วใส่คำบอกเล่าในความหมายเดียวกันมาแทน การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วเกิดความปลื้มของใครหลายคนคงยังไม่เกิดประโยชน์เลย หากไม่ได้ลงมือทำ
การพยายามเรียนรู้จากสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมถึงการได้อ่านอะไรๆจากหนังสือเล่มนี้ แล้วนำมาประกอบกัน เป็นการตกผลึกทางความคิดที่ดีแบบหนึ่ง ผมยินดีที่คุณทำแบบนั้น
หมอฟันคงเป็นคนละเอียดกว่าคนทั่วไปบ้างโดยเฉลี่ย แต่ที่แน่ๆคืออารมณ์คุณผ่านน่ะ เหมือนกับที่ผมคาดไว้ตอนแรก หากหลังจากที่ผมแสดงความคิดเห็นไปครั้งแรก(ลำดับที่9) แล้วคุณโพสต์ตอบกลับมา ประมาณว่า ว๊ากผม คุณคงไม่ได้เห็นกระทู้ตอบกลับของผมอีกเลย
หมายเหตุ : กระทู้ที่10 ย่อหน้าที่ 3 บรรทัดที่ 2
คำว่า สะ จริงๆควรเป็น ซะ ( ใช่ไหม )
อิอิ