อาจารย์ครับ
- ผมทราบข่าวตอนกลับไปถึงปัตตานีแล้ว
- ความรู้สึกแรกคือ กลัว เพราะถนนสายที่น้องนักศึกษาเสียชีวิต คือถนนสายหลักที่คนปัตตานียะลาไปมาหาสู่กันเป็นปกติ เป็นห่วงคนใกล้ตัวที่ต้องเดินทางเส้นนั้นเป็นประจำ
- เสียใจ กับการจากไปของน้องปิยะพงศ์ มันทำให้ผมคิดถึง นักศึกษาแพทย์จบใหม่ที่ผมรู้จัก ที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกตึก เมื่อไม่นานมานี้ ทั้งคู่เสียชีวิตในวัยที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นทั้งความหวังและกำลังสำคัญของครอบครัว สำหรับเราเองซึ่งยังต้องถือว่าเป็นเพียงคนรู้จัก ยังนับเป็นความสูญเสีย ที่บรรยายเป็นตัวหนังสือไม่ได้ แล้ว่สำหรับผู้เป็นพ่อและแม่ของทั้งคู่ เราคงสัมผัสความทุกข์ของท่านได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
- ครับ เหตุการณ์เช่นนี้ มันเตือนสติเราให้ระลึกถึงความตาย และทำให้ดำรงชีวิตอย่างมีสติ ปฏิบัติหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในแต่ละบทบาท ให้สมกับที่เกิดมาครั้งหนึ่ง
- ในการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ ของหลวงพี่ไพศาล เรามีกิจกรรมมรณานุสติ สมมุติตนเองว่ากำลังจะตาย แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมหลายครั้ง ผมรู้สึกว่า เหตุการณ์ความตายของผู้อื่น การสมมุติในบทภาวนา ทำให้เราได้เพียงแค่ เข้าใกล้ความตายเท่านั้น แต่เราไม่มีวันรู้เลยว่า เมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้าจริงๆ เราจะเป็ฯอย่างไร
- จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่มั่นใจตนเองว่า จะรับมือกับวันนั้นได้ แล้วเราก็ไม่เคยคิดถึง ความตายอย่างปัจจุบันทันด่วน จากอุบััติเหตุหรือเหตุร้ายเช่นนี้ ซึ่งยากลำบากกว่าความตายจากโรคหรือความชรานัก
- หลวงพี่ไพศาลบอกว่า ก็ต้องฝึกฝนเตือนสติอยู่เรื่อยๆ เหมือนเตรียมตัวสอบ แต่การสอบครั้งนี้มีครั้งเดียว ไม่มีการสอบซ่อมหรือเก็บคะแนนไว้ก่อน
- ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องปิิยะพงศ์อีกครั้ง และขอให้ความดีคุ้มครองให้อาจารย์ปลอดภัยด้วยนะครับ