ขออนุญาต อาจารย์หมอวิจารณ์ ขอร่วมshow & share นะครับ
เรียน อาจารย์บัณฑิต
ผมว่า Outcome ของ การทำ KM มีอย่างต่อเนื่องครับ ทั้งต่อคนในองค์กร ต่อประชาคม ต่อโลก ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เป็นองค์กรแบบยั่งยืน องค์กรอมตะ องค์กรสุขสันต์ องค์กรเก่งดีมีสุข ฯลฯ
ผมอุปมา KM เป็นต้นไม้ ที่ให้ผลออกมาเป็น ความรู้
ผลก็มี สองอย่าง คือ ผลภายนอก ได้แก่ การเอา ความรู้ ทั้งหลายไปจัดระเบียบ เป็นรากฐานงานวิจัย การทำงาน การพัฒนา การป้องกันความผิดพลาด ฯลฯ และ ได้ INNOVATION เจ้า นวตกรรมนี่แหละ เป็นชุดความรู้ใหม่ ที่คนไทยเราไม่ค่อยจะมีกัน เราเสพของต่างชาติ ด้วยค่าใช้จ่ายที่แพง
การรักษา K ให้อยู่คู่องค์กร ไม่หายไป พร้อมการ ตาย ลาออก เกษียณ ฯลฯ ของพนักงาน
ผลภายใน (ก) คนในองค์กร สนุก เป็นแบบ Empowerment การบริหารงานดีขึ้น คนเราถ้าภายในมีความสุข ก็จะทำให้ productivity เพิ่มครับ
(ข) ไม่น่าเชื่อว่า คนทำ KM ยิ่งทำ ก็ยิ่ง จะพบความสุขแบบสะสม เริ่มค้นพบตนเอง เริ่มละตัวตน
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารแบบ result oriented ชอบที่จะถามว่า ลงทุนทำ KM แล้ว ได้ return on investment เท่าไร
ผู้บริหารแบบนี้ เป็นพวก quick fix คิดแบบไม่ยั่งยืน
ยังไม่เข้าใจ KM มากนัก ลองให้อ่านหนังสือ Living company
ดูสิครับ หรือ อ่านหนังสือ Good to great แล้ว จะพบว่า องค์กรที่อยู่รอด เขาเน้น Process มากกว่า result
ถามว่า ทำ KM แล้วได้อะไร ก็คล้ายๆ กับ แต่งงานแล้วได้อะไร
ถ้ามองอย่างผู้ชายนักบริหาร Quick fix หรือ ไม่ยั่งยืน คือ ได้ ความมันทางเนื้อหนัง เอาเปรียบคู่ครอง ได้ดูดทรัพย์สิน ได้หน้าใหญ่ใจโตที่มีภรรยาสวย รวย ดัง ฯลฯ
ถ้ามองอย่างผู้หญิงที่คิดแบบยั่งยืน คือ ความสุข ความมั่นคง ฯลฯ
ทำ KM ก็เหมือน ได้ ภรรยาที่ดี ได้กระบวนการอยู่ร่วมกัน พึ่งพาทางใจ มีแต่ให้ โดยไม่หวังผล ฯลฯ
คนที่ งกๆ เค็มๆ มัก จะเข้าใจ KM ยาก และ ก็กลายเป็นผู้บริหารนอกกลุ่ม Good to great ครับ
ไม่ทราบว่า ผมเสนอแนวคิด ตรงประเด็นหรือเปล่านะ