สวัสดีด้วยความระลึกถึงยิ่งค่ะอาจารย์วสะ

  • ดิฉันชอบแนวคิดที่ว่า  "การสื่อสาร คือการประกาศว่าเรามีตัวตน"  
  • คงสื่อความหมายนัยยะเดียวกับ "มนุษย์ทุกคน ต้องการการยอมรับ"
  • การประกาศว่าเรามีตัวตน คือ ความต้องการการเป็นที่ยอมรับ 
  • (คือยอมรับว่าเรามีตัวตนอยู่ในโลกนี้  และมีความหมายสำหรับใครก็ตาม  ที่เราอยากให้เขารู้สึกว่าเรามีความหมาย)
  • และแสดงหรือนำเสนอ(สื่อสาร)อะไรบางอย่างที่สื่อความหมายว่าเราต้องการเป็นที่ยอมรับ 
  • มนุษย์ทุกคนจึงต้องการความรัก เพราะการได้เป็นที่รัก  และได้รู้สึกรักผู้อื่น เป็นความรู้สึกว่า"มีความหมาย"  และเป็นที่ยอมรับ
  • สำหรับประเด็น "การทำร้ายจิตใจกันโดยการสื่อสาร"  (ที่มีใช่ทำร้ายกันด้วยกำลังกาย  แต่ใช้ถ้อยคำภาษา  ทั้งวัจนะและอวัจนภาษา)ซึ่งแสดงถึงการไม่ยอมรับ หรือปฏิเสธ หรือต่อต้าน ฯลฯ   ดิฉันคิดอย่างนี้ค่ะ
             1.   การ"เข้าใจ"ความหมายอยู่ที่การแปล
             2.   "ความรู้สึกที่มีต่อความหมาย"  อยู่ที่การให้คุณค่า  ว่าดี-ไม่ดี ชอบ-ไม่ชอบ 
             2.   การให้คุณค่าต่อความหมายนั้น  และการเกิดอารมณ์ความรู้สึก  (บวกหรือลบ  กระทบหรือสงบนิ่ง   ) อยู่ที่วุฒิภาวะในการสื่อสาร หรือลึกไปกว่านั้นคืออยู่ที่วุฒิภาวะทางจิตใจ  ซึ่งต่างไปในแต่ละบุคคล
            
  •  เมื่อเราสื่อสาร(สื่อความหมาย)  และแปลความ แล้วตอบสนองเป็นอารมณ์ความรู้สึก  ความหมายครั้งนั้นๆก็จะทำให้เราตีความเป็นคุณค่า   คุณค่านี้จับต้องไม่ได้  แต่ให้ผลเป็นอารมณ์และความรู้สึกแบบ "ชอบ ไม่ชอบ  หรือเฉยๆ" 
  • เมื่อไปตกอยู่ที่ชุดอารมณ์ความรู้สึกไหน  เราก็เต้นไปตามชุดกลไกของอารมณ์ความรู้สึกนั้น  
  • การทำร้ายจิตใจกันด้วยการสื่อสาร  บางครั้งจึง"จับต้องไม่ได้" (คือหาตัวตนผู้ทำร้ายไม่เจอ  สารที่สื่อความหมายร้ายก็เป็นเพียงถ้อยคำหน้าจอ   และมาไม่ถึงร่างกายเรา  แต่มัน"ถึง"ที่ใจ)
  • ดังนั้นจึง "รู้สึกได้" จริงอย่างที่อาจารย์ว่า   และส่งผลกระทบต่อชีวิตได้จริงด้วย
  • และ"ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน  (คือรับรู้ความหมายจากถ้อยคำหน้าจอ  หรือรับรู้ความหมายจากที่คนคนหนึ่งพูดกับเราแบบเห็นตัวเป็นๆ) อย่างไร
  • ปริมาณความเจ็บมันแปรผันตรงกับถ้อยคำที่ทำร้าย (คือเราได้รับรู้"ความหมาย"นั้น  ได้แปล ได้ตีความ ได้เกิดอารมณ์ความรู้สึกตามอายตนะที่ใช้รับรู้เหมือนกัน  แม้จะต่างกันเล็กน้อย เรื่อง"พื้นที่" และอายตนะที่รับสัมผัส)

 

  • อย่างไรก็ตาม  หากเป็นเรื่องความไม่สมหวังในความรัก  ประเด็น"นอกจอหรือในจอ  อย่างไหนเจ็บกว่ากัน" นั้น  ดิฉันยังสรุปไม่ได้  เพราะคิดว่ามันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยและเงื่อนไขที่หลากหลายและละเอียดอ่อน   ร่วมถึงวิธีคิดในการให้คุณค่า ของทั้งผู้ส่งสาร  ผู้รับสาร  และปริบทการสื่อสารโดยรวม  ดังนั้นจึงคิดว่าต้องวิเคราะห์เป็นรายกรณีไป  
  • และประเด็นนี้  "ความรักนั้นจับต้องไม่ได้ แต่รู้สึกได้ ดังนั้นไม่ว่าจะคบกันอย่างไร(ไม่ว่าจะอยู่นอกจอหรือในจอ) ถ้าต้องเลิกราแล้ว ปริมาณความเจ็บมันแปรผันตรงกับความรักที่ทุ่มเทไป ไม่ใช่วิธีที่สื่อสาร…" 

  • ดิฉันคิดว่า "วิธีที่สื่อสาร" ก็เป็นการแสดงถึง "ระดับของการทุ่มเทความรัก" เช่นกัน  สองอย่างนี้มันประกอบกันอยู่ 
  • วิธีที่สื่อสาร  = การแสดงออก 
  • ระบุได้เป็นวิธีการแสดงออก  เช่น ยิ้ม  ยิ้มหวาน พูด พูดอย่างอ่อนโยน อุ้ม  อุ้มอย่างทะนุถนอมแบบแม่อุ้มลูก   
  • รับรู้ได้โดย ตาเห็น หูได้ยิน กายสัมผัส  (ไปยาลน้อย) 
  • การทุ่มเทความรัก = การแสดงออกซึ่งความรัก  ที่ปรากฏผลเป็น ระดับความเข้มข้นของความรัก 
  • ระบุได้เป็นการชี้วัดความรู้สึกเชิงปริมาณ 
  • รับรู้ได้โดยการตีความจาก "วิธีสื่อสาร"  อีก   
  • แปลว่าขึ้นอยู่กับ องคาพยพทั้งหมดของการสื่อสารนั้นเลย     จึงต้องวิเคราะห์เป็นรายกรณีไป ตามทฤษฎี  "จิตมนุษย์นี้ไซร้ยากแท้หยั่งถึง"
  • ยิ่งตอบดิฉันยิ่งสนุกค่ะอาจารย์วสะ    และเห็นจะไปได้เรื่อยเจื้อยตามประสา  ต้องออกตัวก่อนว่าดิฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรัก  แต่มีหน้าที่ในฐานะผู้สอนการสื่อสาร  ที่จะฝึกเด็กๆให้เข้าใจการสื่อสารที่ทำให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกชุดนี้  และรู้เท่าทันการเกิดความรู้สึกและอารมณ์ชุดนี้  เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ชีวิตเขาในอนาคต  ดิฉันก็เลยว่าของดิฉันไปยืดยาว  โดยมีเด็กๆนั่งหาวหวอดๆจนกระทั่งถึงนาทีที่ทดลองให้ดูเธอถึงจะพยักหน้าหงึกๆ 
  • ขอบคุณอาจารย์มากเช่นเคยนะคะ  หากดิฉันออกนอกประเด็นไปไกลก็ต้องขออภัยด้วย  ยิ่งอายุมากก็ยิ่งบ่นอะไรยาวๆ  นึกแล้วก็ขำตัวเองอะค่ะ
  • ปล.ดิฉันยังไม่ลืมบันทึกโน้นที่ตอบค้างไว้นะคะ   มีจังหวะเมื่อไหร่ ดิฉันจะเข้าไปคุยกับอาจารย์อีกนะคะ  ขอให้อาจารย์เรียนอย่างมีความสุขค่ะ : )