เมื่อกี้คุยกับน้องชายเรื่องหม้อบูฯ เขาบอกเรียกได้สองแบบ คือบูรณฆฏะ หรือปูรณฆฏะก็ได้ มีต้นกำเนิดอยู่ที่อินเดียตอนใต้ สมัยอมราวดีก็มีให้เห็นแล้ว ราวพุทธศตวรรษที่ 8 สมัยแรกเริ่มเป็นเพียงหม้อน้ำเต็มอาจจะมีฝาหรือไม่มีฝาก็ได้ หม้อบูรณฆฏะเป็นหนึ่งในมงคลแปดประการ จะพบเห็นได้มากในรอยพระพุทธบาท

ส่วนดอกไม้ที่ปักอยู่ในหม้อเป็นพวยพุ่งเริ่มเห็นแพร่หลายในศิลปะลังกา สมัยเมืองอนุราชธปุระ ที่ลังกาจะพบบ่อยเป็นรูปอสูรคือปัทมนิธิกับสังคนิธิทูนหม้อไว้เหนือหัว หรือบางครั้งก็เป็นมนุษยนาคถือหม้อน้ำ ตัวหม้อน้ำเต็มเป็น Symbolic สื่อความหมายเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ มีข้าวปลาอาหาร พลาหาญสมบูรณ์

ส่วนดอกไม้เล็งถึงทรัพย์ศฤงคาร ยิ่งพอมาอยู่ในมือปัทมนิธิกับสังคนิธิซึ่งเป็นบริวารของท้าวกุเวร (เทพที่อำนวยพรเรื่องโภคทรัพย์) จึงทำให้หม้อบูรณฆฎะกลายเป็นเครื่องหมายแทนความบริบูรณ์ของโภคทรัพย์เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง


ปล. นอกเรื่องนิดนึง ปวดหลังจัง สงสัยจะแบกกล้องถ่ายรูปไปไม่ไหว กระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียวก็ยกไม่ได้แล้วต้องลากไป เป้ใส่คอมต้องสะพายด้านหน้า หลังมีปัญหามาก กลัวว่าแบกของไปเยอะๆ จะได้ไปนอนรพ.ที่เชียงใหม่แทน เพราะฉะนั้นอาจจะต้องรบกวนขอเซฟภาพจากคุณเอกแทนค่ะ ตอนนี้ยกขวดน้ำลิตรเดียวยังเสียวแปล้บตั้งแต่หลังไปถึงขาเลย : (