สวัสดีครับคุณขาว

  • พอดีตามท่านคุณหมอเติมศักดิ์เข้ามานะครับ
  • ขอบคุณมากครับสำหรับบทความครับ
  • ในเนื้อเรื่องอาจจะต่างจากที่ผมเป็นครับ
  • ผมตอนอยู่ใกล้บ้านระหว่าง ปัตตานีกับนครศรีธรรมราช ติดต่อกับที่บ้านเพียงแค่จดหมาย เพราะไม่มีโทรศัพท์
  • ตอนเรียนโทที่ กทม. ต้องติดต่อผ่านการโทรไปฝากข้อความไว้เพื่อรอนัดพบ กับทางจดหมาย เพื่อรอนัดคุยกับคุณแม่คุณพ่อ
  • มาอยู่เยอรมัน ช่วงแรก ก็ต้องทำแบบเดิม เพราะไม่มีโทรศัพท์ที่บ้าน แต่ผมดีใจทุกครั้งที่ได้คุยกับที่บ้าน จนมาถึงยุคที่ราคามือถือลดต่ำลง ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับที่บ้านได้สะดวกขึ้น
  • โทรหาที่บ้าน เป็นส่วนที่เกิดจากตัวผมเอง เพราะจะเป็นเรื่องที่เปลืองเงินในการโทรมาหาลูกโดยไม่จำเป็น ดังนั้นผมจะต้องโทรไปหาตามที่คิดถึงในช่วงถี่ๆ สองสามวันครั้ง ตามวาระ
  • พูดคุยแต่และครั้ง คุณแม่จะบอกว่า นั่นนานแล้วนะลูก เดี๋ยวเปลืองนะ แล้วก็คุยต่อไปอีกหน่อย จนแม่ต้องบอกว่า น่านนานแล้วนะ ไม่ใช่แม่ไม่อยากจะคุยกับลูกนะ แต่แม่ไม่อยากให้ลูกต้องเปลืองนะ
  • แล้วก็จบด้วย บอกให้ท่านรักษาสุขภาพ แล้วท่านก็บอกว่า ลูกก็รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะ ลูกคนดีของแม่
  • คุณอ่านแล้วไม่ต้องอิจฉานะครับ แม้ว่าท่านใดจะมีหรือไม่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ ผมว่าคุณก็ทำได้ด้วยการทำความดี เป็นคนดีเท่าที่เราทำได้ ท่านไม่ได้จากเราไปไหน และเราก็คือเนื้อผสมของท่านเหมือนกัน ดังนั้นท่านก็อยู่กับเราตลอดไปครับ
  • ขอให้ทุกท่านมีความสุขนะครับ