ผมมาหนองโกครั้งแรกปี 2516 จากขอนแก่นมาบ้านท่าหิน โคกสี รอนแรมหัวแดงเพราะฝุ่นลูกรังมาจนซอดพ่อว่อที่วัดป่าชัยมงคล ขมุกขะมอมไปทั้งคณะรำวง ส.สีดา(ไม่มั่วอย่างที่คนพากันล้อเล่น) ครั้งนั้นโรงพักโดยตำรวจเป็นเจ้าภาพรำวง ผมจำไม่ได้ว่าโรงพักปีนั้นตั้งอยู่แห่งไหน จำได้แต่ว่าเวที่รำวงหันหน้าไปทางโรงพัก กองเชียหันหลังให้ถนน(ถ้าเป็นปัจจุบันก็ประมาณหันหลังให้บ้านยายอิ้งถ่ายเอกสารว่างั้นเถอะ) มีแฟนชายมาเต้นรำวงดีพอสมควร ค่าวง 750 บาทในยุคนั้นคงได้ครบเพราะผมได้ค่าตัวครบ 40 บาท จากหัวหน้าคณะ รำวงส.สีดาในยุคนั้นคนลือกันว่ามั่วอย่างนั้นมั่วอย่างนี้(เขาตั้งมาประมาณปี 2513-14 แต่ผมมาเล่นกีตาร์ให้เขา ปี 16 (ขณะเรียนขอนแก่นวิทยายน) จำได้ว่าเพลงสัญญาเมื่อสายันต์ ดังมาก ผมต้องขึ้นอินโทรเล่นเกือบตลอดจนถึงตี 2
อีก10 ปีต่อมาเมื่อราวปี25-26 ผมได้มีโอกาสมาโรงพักกระนวนอีกครั้ง แต่ในฐานะตำรวจตามไปเชิญ(จับ?) เพราะมากับนักโทษไปแบกเศษไม้ปีกที่เขาทิ้งแล้วที่ดงมูลเพื่อเอาไปกลึงทำซี่เล็กๆที่พิงโซฟางานฝีมือนักโทษ(นัยว่ามันประหยัดนักแลเพราะใช้ไม้เศษ) ขากลับ 4-5 โมงเย็นตำรวจตามไปจนถึงทุ่งเลยบ้านหนองกุงใหญ่ ปรากฏว่าทั้งนายทั้งลูกน้อง(นักโทษ)ต้องนั่งแกร่วที่โรงพักจนค่ำมืดหิวข้าวแลง กว่าที่ผู้ใหญ่จะประสานกับทางตำรวจได้ ผมมางานนี้เป็นปีๆ ที่เดียว
ต่อมาราว 12 ปี ผมจึงได้มาทำหน้าที่ทางด้านการศึกษาให้แก่ประชาชนชาวกระนวน ช่วงนี้ยาวหน่อยผมเป็นชาวหนองโกราว 9 ปี เลือก สส. สจ. สว. สท.ที่นี่ก็หลายครั้ง ลูก ๆ เรียนที่ ชุมชนกระนวน นวลน้อย ปรีดาภรณ์ ย้ายบ้านเช่า 4 ครั้ง ตั้งแต่บ้านเสี่ยเต่าน้อยซอยโรงไม้ เป็นต้นมา ผมชอบอัธาศัย สำเนียงพูด อาหารการกินที่พอดีพองามของชาวตลาดหนองโก ที่แปลกดีก็คือตลาดหนองโกเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา เช่นรอบดึกมาเช้าที่ตลาดเช้าสืบสารคามคึกคักมาก เช้าไปสายนิดๆ ตลาดซาฮะเฮง(ตลาดสืบสารคามกลับเงียบในตอนกลางวัน) พอคำมาก็ได้ชมความงามของการกิน-อยากของพี่น้องที่ตลาดแลงริมถนนคุ้มหนองโก, คุ้มศรีสุก ผมและแฟนจำพ่อค้าแม่ค้าทุกตลาดหลายท่านได้ดี ต่อมาสถานีขนส่งสร้างขึ้นก็มีตลาดสดอีกแห่งเกิดขึ้นอีก และกลายเป็นตลาดหลักเวลากลางวันต่อมา เสียดายโรงแรม5-6 ชั้นเขาสร้างไม่เสร็จ
ผมมีความทรงจำดีๆ หลายอย่างทั้งจากชาวตลาดเทศบาล และชาวรอบนอกทุกตำบล ปัจจุบันถึงผมไม่ได้ประจำที่กระนวนแล้ว แต่ผู้ผมก็ไปมาหาสู่ตลอดมาเช่น ธ.กรุงไทย เป็นต้น ผมลืมบอกท่านว่าผมเคยมาหนองโกครั้งแรกมาเล่นดนตรี พอมาอยู่จริง ๆ ผมไม่มีโอกาสเล่นเลย เป็นงานงิ้ว หรืองานแห่เถิดเทิงใจมันก็เต้นระทึกอยากเล่นอยากบายแต่ก็ไม่มีโอกาส
ผมเล่ามายาวก็คงไม่มีอะไรถือว่าเป็นคนต่างถิ่นมีโอกาส มาอยู่ก็ชอบที่นี่ ตอนนี้ย้ายออกจากหนองโกได้ 4-5 ปีแล้ว อ้อ..ผมลืมบอกไปว่าในตอนหลังผมจึงรู้ว่า มีเพื่อนชาวกระนวนเรียนหนังสือขอนแก่นวิทย์ห้องเดียวกัน 2-3 คน 2 คนมีและเคยมีเอกลักษณ์ที่ศีรษะ? ขอจบไว้ก่อนครับ