กราบสวัสดีครับท่านอาจารย์แสวง
ผมขอวาดแผนที่ภาพบริเวณบ้านคร่าวๆ เพื่อประกอบการอธิบายที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ พร้อมการมองภาพง่ายๆ เห็นภาพรวม แม้ว่าอัตราส่วนจะไม่ค่อยดูเท่าไหร่ เอาแค่พอได้ไอเดีย จนกว่าอาจารย์จะมีภาพมาแสดงประกอบนะครับ ผมมีภาพที่เก่าไปหน่อยครับ เพราะภาพที่ผมมีนั่นเมื่อปีก่อนครับ สภาพต่างไปในบางพื้นที่ครับ

จากภาพนะครับ แต่ละหมายเลขมีคำอธิบายดังต่อไปนี้นะครับ
- เลข 0 คือทางเข้าบ้านครับ
- เลข 1 คือบ้าน
- เลข 2 คือบริเวณสวนยางใหม่ที่เพิ่งปลูกครับ เป็นยางประมาณ 2-3 ชั้นนะครับ ผสมกับสวนกล้วย และพริกขี้หนู มะเขือ ตะไคร้ และหลายๆ อย่างตามรูปแบบ เป็นผักสวนครัว
- เลข 3 นั่นคือโซนคอกหมูนะครับ
- เลข 4 คือบริเวณสระพักน้ำ เพราะจะมีสายน้ำเป็นเหมือนห้วย เมื่อมีฝนตกจะมีน้ำไหลมาจากหมายเลข 10 วิ่งมายังบ่อพักน้ำหมายเลข 4 แล้วในบ่อพักเลข 4 นี้ จะมีเป็นแอ่งน้ำที่มีผักกะเฉด ปลาไหล ปลาต่างๆ หอยโข่ง และอื่นๆ ผสมอยู่ในนั้นครับ
- หมายเลข 5 เป็นสระน้ำใหญ่ เอาไว้เก็บน้ำตลอดทั้งปี สระน้ำจะสูงอย่า บ่อพักหมายเลข 4 และสูงกว่าที่ใดๆ ก็จะมีปลาพื้นบ้าน ปลาช่อน ปลาหมอ ปลาดุก ปลาหมอเทศ และหลายๆ ชนิด ปล่อยตามธรรมชาติ เป็นสระดินปลาหากินตามธรรมชาติครับ
- เลข 6 เป็นบริเวณปลูกแบบสมรม ตามใจฉัน มีพวกกล้วย แนวรั้วชะบา ฝรั่ง หมาก และอื่นๆ
- เลข 7 เป็นที่ต่ำที่สุดในพื้นที่ นั่นคือ ที่นานั่นเองครับ จะเห็นว่าเมื่อน้ำในสระหมายเลข 4, 5 ล้น น้ำก็จะถูกผ่อนลงมาพักเก็บไว้ในนาตรงนี้ ประกอบกับมูลหมูที่ปล่อยหลังจากการล้างคอก ก็จะมีการส่งผ่านให้ไหลมายังที่นาเช่นกันครับ เพราะน้ำจะช่วยพัดพาตะกอนและธาตุอาหาร ผ่านการกรองด้วยหญ้าในคูร่องน้ำมาเป็นอย่างดีครับ ไหลผ่านมาลงที่นาอย่างช้าๆ และยังมีทางน้ำอีกสายหนึ่งจากทางหมายเลข 11 ครับไหลลงมาสู่ที่นา ตรงนี้เช่นกันครับ เมื่อก่อนทำนาข้าว ตอนนี้แปลงนาข้าวเป็นนาผักบุ้ง ซึ่งจะเก็บขายได้ตลอดตามรูปแบบ จะได้ผลกว่าทำนาข้าวจริงๆ เพราะนาข้าวใช้นาอีกแปลงที่ห่างไปจากบริเวณบ้านครับ
- เลข 8 เป็นสวนยางรุ่นพี่ จากแปลงหมายเลข 2 ตรงนี้เป็นที่สำหรับยางโดยเฉพาะครับ มีตะไคร้และผักสวนครัวตามวาระปลูกระหว่างแถวของต้นยาง
- เลข 9 เป็นเหมือนป่าต้นขี้เหล็กครับ เอาไว้ให้เป็นที่พักพิงของนกไว้นอนและอาศัยตามธรรมชาติ เมื่อก่อนจะมีพวกนกกระยางมานอนบ่อยครับ ก็จะมีนกอื่นๆ เช่น นกเขา นกกรง นกอื่นๆ ครับ ในสระก็อาจจะมีพวกนกเป็ดน้ำ บินไปมา จริงๆ จะมีสระอีกลูกอยู่ทางซ้ายมือของทางเข้าบ้านหมายเลข 0 แต่ตรงนั้นเป็นที่สาธารณะก็จะใส่ปลาไว้เช่นกันครับ ใครมีความสามารถก็ไปจับเอาเองครับ อิๆๆ
- หมายเลข 10, 11 เป็นทางน้ำไหลครับ เมื่อไหลลงที่นาหมายเลข 7 แล้วหากเกิดน้ำล้นขึ้นมาก็จะปล่อยให้ไหลลงท่อไปยังทุ่งนาใหญ่ของพี่น้องเพื่อนบ้าน ทางหมายเลข 12 ครับ
- ส่วนต้นไม้ ก็จะกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณรอบสระน้ำ และแนวเขตแดน เมื่อก่อนสวนยางหมายเลข 2 สมบูรณ์มาก ก่อนที่จะโค่นสวนยาง ตอนนี้ต้องเริ่มสร้างระบบกันใหม่ครับ
- จะเห็นว่าในพื้นที่ไม่ค่อยมีอะไรมากครับ เพียงแต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามระบบครับ ในนาผักบุ้งหมายเลข 7 หากน้ำล้นสระหมายเลข 4, 5 ปลาเหล่านั้นก็จะมาอยู่ในนาเช่นกันครับ หากน้ำล้นมาก ก็ปล่อยปลาไปบ้างให้ไปโตในนาของเพื่อนบ้าน ไปแพร่พันธุ์กันต่อไปครับ
สำหรับคำถามของท่านอาจารย์
นาคุณเม้งที่ทุ่งโพธิ์ เป็นนาแห่งความฝันของผมเลยครับ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์มาก ไม่ทราบว่าใช้เวลากี่ปี และดูแลอย่างไร
จริงๆ แล้วระบบมันมีมานานเป็นแบบนี้ครับ เพียงแต่ที่นาจะได้รับสารอาหารจะคอกหมู และการชะล้างของสารอาหารผิวดินจากสายน้ำไปกองรวมกันในที่นา จะทำให้บริเวณที่นา มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นครับ เพราะเป็นที่ต่ำครับ จริงๆ แล้วเมื่อก่อน จะเป็นนาที่มีคันนา จะมีอยู่ 7 แปลงย่อยๆ ครับ มาตอนหลัง หลังจากที่มีการขุดสระรื้อใหม่ ระบบที่นาก็ยังทำแยกส่วนตอนปลูกข้าว พอมีแนวคิดใช้การปลูกผักบุ้งในนา ก็เลยเปลี่ยนแนวมาเป็นไถให้เข้าด้วยกัน ลบพื้นที่คันนาออกนะครับ
จริงๆ แล้วที่บ้านก็ตามกระแสการใช้ปุ๋ยเคมีมาก่อนเหมือนกันครับ พูดได้ว่า ชาวนาทุกคนในพื้นที่นั้น ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีกันจริงๆ นะครับ แต่พื้นที่ในนาหน้าบ้าน โชคดีที่ไม่ต้องใช้ปุ๋ยมากครับ เพราะเราติดกับดักแบบนี้จริงๆ เพิ่งจะมาฟื้นตัวภายในไม่นานนี้ ครับ ที่หันมาสู่การหันมาการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปล่อยแบบธรรมชาติ
หลักๆ แล้วก็ประมาณนี้นะครับผม ขอบพระคุณอาจารย์มากนะครับผม สำหรับคำว่าปราชญ์ นั้นผมก็ถือว่า ท่านอาจารย์ก็คือปราชญ์คนหนึ่งครับ วันหน้าผมก็ต้องทำแบบนี้บ้างเช่นกันครับ ผมมาอยู่นี่ที่เยอรมัน ก็ได้เพียงแค่ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษากับคุณพ่อแม่และน้องๆ ที่บ้านผ่านโทรศัพท์เท่านั้นครับ เพราะผมเชื่อว่าแนวทางการเกษตรทำให้เรามีกินครับ แม้ว่าจะไม่ร่ำรวยเงินทอง แต่เรื่องน้ำใจเราก็ไม่น่าจะแห้งแล้ง เน้นการเกื้อกูลนะครับ ผมว่าผมช่วยได้เท่าที่ช่วยได้ อย่างน้อยผมไปตกรถแถวๆ ไหนก็ยังมีคนชวนเราไปดื่มน้ำซักขันก็นับว่ามีมิตรภาพที่ดีเยี่ยมแล้วครับ
ขอบพระคุณมากครับ
เม้ง