เรียนท่านอาจารย์ค่ะ
จากประสบการณ์การทำงานมายาวนาน ดิฉันใช้พลังของศาสนา มาเป็นหลักในการทำงานและพัฒนางานได้อย่างมากมายทั้งโดยส่วนตัว งานของบริษัท และของครอบครัว
ในครั้งนี้ ดิฉันนึกถึง
มรรค 8 ( อัฏฐังคิกมรรค )ค่ะ
เห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ อยู่ในศีลในธรรม พากเพียรชอบ สติชอบ สมาธิชอบ
ตั้งแต่เริ่มแรกของการตัดสินใจจะดำเนินกิจการอุตสาหกรรมอาหาร คณะกรรมการฯ ประชุมกันเขียนไว้ในวัตถุประสงค์เลยค่ะ (พวกเราเข้าวัดเดียวกันทั้งหมด เป็นชาววัดจนบัดนี้)
ว่าเราจะไม่ทำกิจการที่จะเป็นทางล่อแหลมเข้าไปในสิ่งที่ผิดศีลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับอบายมุขโดยเด็ดขาด
ทุกเช้า ที่โรงงานจะมีการยืนพรอมกันทั้งโรงงาน เคารพธงชาติ มีพระมาเทศน์เดือนละครั้งด้วย
ต่อด้วยการประชุม 20 นาที กล่าวถึงผลการทำงานเมื่อวาน มีข้อบกพร่อง และจะต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง เพื่อมิให้เกิดขึ้นอีก และเปิดโอกาสให้คนงาน สามารถเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับงานของเขาได้ มีข้อคิดเห็นดีๆที่เราได้รับจากเขาค่ะ งานมีการพัฒนาตลอดเวลา
ต่อจากนั้น เราจัดอบรมเขาทุกวันว่า เขาจะต้องมีความรับผิดชอบ มีสมาธิและสติในการทำงานอย่างไรบ้าง เรามีเป้าหมาย ให้อุบัติเหตุเป็น 0 ค่ะ
จริงๆก็มีอุบัติเหตแทบทุกเดือน เช่น มือถูก conveyor line หนีบ ถูกไอน้ำพ่นใส่บ้างเล็กน้อย ถูกภาชนะบรรจุบาดบ้าง ถูกหีบห่อในคลังสินค้าตกใส่บ้าง เป็นต้น เดือนไหนอุบัติเหตุเป็น 0 เราเลี้ยงอาหารกลางวันฉลองเลย
ที่โรงงานเปิดเพลงให้พนักงานฟัง ระหว่างทำงาน จะได้ไม่เครียด มีสมาธิ ผลงานจะได้ออกมาดี เป็นต้น
สรุปว่า เรามีการฝึกอบรมกันเป็นประจำ ทีละเล็กละน้อย โดยแทรกธรรมะเข้าไปในงานทุกวัน
ผลปรากฏว่า สินค้าเรามีคุณภาพดี เป็นที่เชื่อถือ ของลูกค้าทั่วโลก เราได้การรับรองISO และได้รางวัลจากทางราชการหลายครั้งค่ะ พนักงานก็มีความสุขที่อยู่กับเรา และพัฒนาฝีมือการทำงานยิ่งๆขึ้น
ทางบริษัททำการอบรมกันเอง เป็นวิทยากรเอง มาหลายปีมาก เพราะพนักงานคล่องกันมาก เป็นin house training มีห้องประชุมอย่างดี พวกพนักงานภูมิใจกันมาก
ขออนุญาตให้เครดิตพนักงานที่ส่วนใหญ่เป็น ชาวเมืองกาญจน์ ณ ที่นี้ ค่ะ พวกเขาฉลาดและหัวไวมากค่ะ ดิฉันภูมิใจพวกเขาจริงๆค่ะ
แม้แต่ลูกค้าชาวต่างประเทศที่มาอบรมการควบคุมคุณภาพให้เร ก็เอ่ยปากชมทุกคนว่า พนักงานเรา สอนง่าย และมีวินัยค่ะ
... |
||||