พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ วันที่ 19 เดือน 2 (วันเดือนของจีน) วันประสูติ
วันที่ 19 เดือน 6 (วันเดือนของจีน) บรรลุธรรมสำเร็จ
วันที่ 19 เดือน 9 (วันเดือนของจีน) วันออกบวช
ความศักดิ์สิทธิ์แห่งมหากรุณาธารณีสูตร
พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ มีพร้อมด้วยอภัย 14 (ช่วยระงับภัยเพื่อไม่ให้เกิดภัยขึ้น 14 ประเภท)มีนิรมาณกาย 32 กาย (ปรากฏต่าง ๆ 32 กาย เพื่อให้เข้ากับผู้ที่ต้องการให้ช่วย ) อีกทั้งมีอภิญญาอีกมากหลาย อวโล หมายถึง สติปัญญาในการเพ่งเห็น กิเตศวร หมายถึง เสียงของผู้ขอร้องจากเขตโลก อวโลกิเตศวร หมายถึง พระมหาโพธิสัตว์เพ่งเห็น (ได้เห็นและได้ยินเสียงของผู้ตกทุกข์ได้ยาก ขอร้องให้ช่วย และท่านจะไปช่วยไปตามเสียงขอร้องนั้น ให้ผู้ร้องพ้นจากความทุกข์ยาก ขจัดภยันตราย ได้รับความสุขสมบูรณ์ จึงได้รับนามว่า พระอวโลกิเตศวร คำว่า โพธิ หมายถึง ตรัสรู้ สัตว์ หมายถึง สิ่งที่มีชีวิตอำนวยประโยชน์ให้ผู้อื่น ฉะนั้นรวมความหมายถึงขอร้องต่อเบื้องบนและโปรดผู้อยู่เบื้องล่าง ทำประโยชน์ให้ตนและให้ผู้อื่น เป็นนามและหน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรม พระมหาโพธิสัตว์อยู่ข้างเคียงกับพระอมิตาภพุทธเจ้าโปรดสัตว์ในโลกนี้เป็นผู้ช่วยพระศากยมุนี โปรดสัตว์ในโลกนี้เช่นกัน น้ำอมฤตของท่านปล่อยไปทั่วสหัสสาโลก ให้สัตว์โลกทั้งหลายละจากโลกยวิสัย แล้วหลุดพ้นเป็นที่สุดมหาโพธิสัตว์มีบุญบารมีปัจจัยสัมพันธ์กับดินแดนภาคตะวันออกนี้เป็นอันมาก ถ้าตั้งใจสวดพระนามท่านและคาถามนตร์ของท่านด้วยความเคารพน้อมนอบจะได้รับผลตอบแทนทันที พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ เสมือนดวงจันทร์ท่องไปตามท้องฟ้าอากาศ ถ้าสัตว์ชำระจิตใจให้สะอาดหมดจดย้อนพิจารณาอายตนและโลกียวัตร ดวงจันทร์แห่งพระมหาโพธิสัตว์ ก็จะปรากฏขึ้นในจิตของตน เหมือนกับดวงจันทร์ส่องแสงไปยังน้ำใส ย่อมปรากฏเงาของดวงจันทร์ฉันนั้น บัดนี้ได้บรรยายคาถามนตร์ของท่าน 84 ประโยค และหมายเหตุเรียบร้อยแล้ว ท่านที่สวดท่อง ขอให้สวดท่องด้วยความเมตตา กรุณา ความเสมอภาค ความไม่ประกอบกรรมบาปความเพ่งมรรคสูญ ไม่ข้องแวะในราคะ ด้วยความเคารพ มุ่งตรงเข้าถึงธรรมด้วยความสัจจริง และด้วยความพยายามหมั่นเพียรย่อมเป็นที่ระลึกและคุ้มครองของพระมหาโพธิสัตว์ รวมทั้งทวยเทพนาคราชก็จะให้ความปกปักษ์รักษาด้วย ซึ่งจะได้แต่ความเป็นศิริมงคลสืบทอดไปถึงลูกหลานอันบุญวาสนานี้ แม้จะนำเมล็ดทรายแม่น้ำคงคามาเทียบก็ไม่อาจจะเทียบได้ เราท่านผู้เป็นพุทธสาวก จงสวดอธิญานด้วยความเคารพศรัทธา บรรยายมหากรุณาธารณีสูตร
เค้ามูลมหากรุณาธารณีสูตร
มหากรุณาธารณีสูตร เป็นมนต์คาถาอันกำเนิดจากความเมตตากรุณาอันใหญ่ยิ่ง รวมทั้งความโปรดโลกโปรดสัตว์ ปฏิบัติธรรม บรรลุพระพุทธภูมิ ที่สำคัญอย่างยิ่งยอด ซึ่งเป็นของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์อักษรหนึ่งและประโยคหนึ่งในธารณีนี้ ล้วนเป็นสัจจธรรมที่จะเข้าถึงสัมมาสัมโพธิญาณ ธารณีนี้ เป็นส่วนสำคัญของ “มหากรุณาจิตธารณีสูตรรวมมี 84 ประโยค” ชื่อเต็มว่า “สหัสภุชสหัส-เนตรอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ไพบูลย์สมบูรณ์อภิญจนมหากรุณาจิตธารณีสูตรมหากรุณามนตร์” ที่ได้ชื่อดังนี้ มีที่มาว่าสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าตรัสต่อพระอานนท์ว่า “ธารณีนี้ มีชื่อต่างๆ เช่น มหาไพบูลย์สมบูรณ์หนึ่ง อกิญจนมหากรุณาหนึ่ง ปลดทุกข์ธารณีหนึ่ง อายุวัฒนธารณีหนึ่ง ดับทุกข์คติธารณีหนึ่ง กำจัดกิญจนบาปหนึ่ง
สมบุรณ์ปณิธานหนึ่ง มโนมัยอิศวรหนึ่ง วิกรมอุตตรภูมิธารณีหนึ่ง พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ที่มีนามว่าสหัสภุชสหัสเนตรอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์นั้น ก็เนื่องจากในพุทธกาลพระสหัสประภาศานติสถิตยถาคตพุทธเจ้านั้น พระพุทธเจ้าองค์นี้ได้ตรัส “มหาไพบูลย์สมบูรณ์
อกิญจนมหากรุณาธารณี” แก่ท่านมหาโพธิสัตว์และตรัสต่อไปว่า “สาธุ บุรุษเมื่อเธอได้หฤทัยธารณีนี้ จงสร้าง
ประโยชน์สุขสำราญแก่สัตว์ทั้งหลายในกษายกลัปแห่งอนาคตกาลโดยทั่วถึง” ตามพระสูตรได้กล่าวไว้ว่า ใน
ขณะนั้นเมื่อพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ได้ฟังมนตร์คาถานี้แล้ว ก็ได้จากปฐมภูมิของโพธิสัตว์บรรลุถึง
ภูมิที่ 8 คือ อจลภูมิ จึงได้ตั้งปณิธานว่า “ในอนาคตกาลถ้าเราสามารถสร้างประโยชน์สุขแก่สรรพสัตว์ได้
ขอให้ข้าพเจ้าได้มีพันกร พันเนตร ในทันที” เมื่อท่านได้ตั้งปณิธานนี้แล้ว ได้เกิดมีพันกร พันเนตร ในบัดดล
เกิดแผ่นดินไหวทั่วทั้ง 10 ทิศ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็ต่างส่องอมตาภาส่องทั่วไปทั่วทศทิศอันไม่มีขอบเขตส่วนมนตร์คาถานี้มีหลายชื่อนั้น ก็เนื่องจากพระศากยมุนีได้เคยตรัสแก่พระอานนท์ว่า เนื่องจากปณิธานอันใหญ่ยิ่งโดยพระมหาโพธิสัตว์กล่าวว่า “หากว่าเหล่ามนุษย์และทวยเทพ ตั้งจิตสวดนามเรา พร้อมด้วยสวดพระนามพระพุทธอมิตาพุทธเจ้าแล้วสวดพระธารณีนี้ คืนละ 5 จบก็จะดับมหันตโทษจำนวนร้อยพันหมื่นล้านกัปได้ หากเหล่ามนุษย์ทวยเทพสวดคาถามหากรุณานี้ เมื่อใกล้ชีวิตดับพระพุทธเจ้าทั้ง 10 ทิศ จะมายื่นพระกรมารับแล้วให้ไปจุติในพุทธเกษตรทุกแห่ง บุญวาสนาที่ได้จากการสวดมหากรุณาธารณีสูตร
1. มีความสุขสบาย ปราศจากโรคภัย มีอายุวัฒนะ ได้ความมั่งคั่ง กำจัดบาปอกุศลกรรมทั้งหลายที่ได้ทำไว้ ปราศจากภยันตราย เพิ่มพูนบุญวาสนา สำเร็จผลในกุศลอินทรี พ้นจากความหวั่นกลัว เมื่อจะถึงแก่กรรมจะได้ไปจุติตามทุกพุทธเกษตรดั่งที่ต้องการ 2. ผู้ที่สวดมนตร์นี้ จะรักษาโรคแปดหมื่นสี่พันชนิดในโลกนี้ให้หายได้ 3. เมื่อได้นั่งเพ่งฌาณสมาธิตามป่าภูเขา ถ้ามีภูติผีปีศาจมารบกวนสวดมนตร์จบเดียว พวกผีจะถูกจองจำไว้หมด 4. ถ้าสวดตามวิธีแล้ว พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ จะให้เทพเจ้าและวชิรธรติดตามปกปักษ์รักษาไม่ห่างไปจากผู้นั้น เสมือนป้องกันดวงตาและชีวิตของตน ความวิเศษยอดเยี่ยมของมหากรุณาธารณีสูตร
1. มนตร์นี้ ตรัสโดยพระพุทธเจ้าจำนวน 99 โกฏิ เมล็ดทรายแม่น้ำคงคาในอดีตกาลพระอวโลกิเตศวร-มหาโพธิสัตว์ ได้รับจากพระตถาคตเจ้าพระสหัสประภาราชศานติสถิตย์พุทธเจ้าในขณะนั้น พระอวโลกิเตศวร-มหาโพธิสัตว์ยังอยู่ในปฐมภูมิเมื่อได้ฟังคาถามนตรนี้แล้วก็เข้าถึงภูมิที่ 8 ทันที มีความเปลื้มปิติยินดี จึงได้ตั้งปณิธานประกาศมนตร์นี้เพื่ออำนวยความสุขสบายแก่สรรพสัตว์แล้วก็เกิดสนองปณิธานทันที โดยมีพันกรพันเนตรเกิดขึ้นจากร่างกายฉับพลัน 2. พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ทูลแด่พระพุทธองค์ว่า “หากสรรพสัตว์สวดท่องมหากรุณามนตร์ แล้วไม่สามารถไปจุติในพุทธเกษตร หรือไม่ได้ปฏิภาณสมาธิอันเป็นอมิต และไม่สมความต้องการทุกสิ่งในชาตินี้เราจะไม่ยอมบรรลุสัมมาสัมพุทธ เว้นแต่ผู้ที่มีจิตบาปและไม่มีความศรัทธา 3. ผู้สวดท่องธารณีนี้อยู่เสมอ ท่านผู้นี้ คือ - พุทธกายปีฎก ด้วยพระพุทธเจ้า 99 โกฏิเมล้ดทรายแม่น้ำคงคาปกปักษ์รักษาอยู่ - เป็นแสงสว่างปีฎก ด้วยพระตถาคตทุกองค์ส่องแสงสว่างให้อยู่ - เมตตากรุณาปีฎก ด้วยพระธารณีโปรดสัตว์อยู่เสมอ - เป็นสุธรรมปีฎก ด้วยรวบรวมสรรพธารณีอยู่ - เป็นฌาญสมาธิปีฎก ด้วยสมาธิร้อยพันปรากฏต่อหน้าอยู่ - เป็นอากาศปีฎก ด้วยได้ใช้ปัญญาแห่งความสุข เพ่งวิปัสนาสรรพสัตว์อยู่ - เป็นอภัยปีฎก บรรดานาค เทพ อารักขาอยู่ - เป็นสุพจน์ปีฎก ด้วยเสียงแห่งธารณีไม่ขาดอยู่ - เป็นนิจสถิตย์ปีฎก ด้วยภัยทั้ง 3 ทุกกัปไม่สามารถทำลายอยู่ - เป็นโมกขปีฎก ด้วยมารและเดียรถีย์ไม่สามารถขัดขวางได้ - เภษัชราชปีฎก ด้วยใช้ธารณีนี้รักษาโรคของสรรพสัตว์อยู่เสมอ - เป็นอภินิหารปิฎก ด้วยสามารถท่องเที่ยวไปตามพุทธเกษตรต่างๆ ด้วยความอิสระอยู่