สวัสดีครับโส
ผมดูๆ แล้ว ผมว่า คุณนุนเบิดลาย น่าจะได้เป็นปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการผวนคำนะครับ
ดังนั้นผมขอ ให้เลยครับ ศาสตราจารย์ นุนเบิดลาย
เพราะว่ามีการผสมในเรื่องการบูรณาการภาษาไทยและการรักษาโรคได้ด้วยครับ
จริงๆ แล้วโรคร้ายๆ ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องรักษากันที่กายอย่างเดียว ผมว่าการรักษาโรคที่แท้จริง ต้องรักษากันที่ใจ
ผมเชื่อว่า เมื่อใจแข็งแรง กายที่อ่อนแอก็จะแข็งแรงตามใจ.... เมื่อใจแข็งแรงดีแล้วกายจะหายป่วยไปเอง
หากการรักษาโรคที่โรงพยาบาลของเรา มีการวางแผนเรื่องการรักษาใจของผู้ป่วยก่อนแล้วนั้น โรคทางกายเหล่านั้นจะกลับหายตายจากไปเอง
เรื่องนี้พิสูจน์ได้ด้วยตัวคุณเอง... ตามหลัก ใจเข้มแข็ง กายก็จะเข้มแข็ง มีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่ใจเข้มแข็ง แล้วโรคร้ายหายไปครับ
ผู้ใดจะลองเอาไปทำวิจัยก็ดูได้ครับ รพ.ไหนสนใจก็ลองดูนะครับ ผมเชื่อว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งเหมือนกัน
ดังหนังสือที่คุณ ศ.นุนเบิดลาย ได้กล่าวไว้ครับ และท่านเองก็ได้หายและมีอาการดีขึ้นได้ก็เพราะใจดี มีอารมณ์ขัน หัวเราะได้ โรคร้ายก็หายเกลี้ยงครับ
ขอบคุณมากครับ นำมาเผยแพร่เพื่อให้คนยิ้มในบทความผ่านทางการอ่านและคิดในระบบ จะทำให้ใจยิ้มภายในแล้วส่งผลให้สมองสั่งให้ปากมีรอยยิ้มตามมาครับ
เมื่อเกิดการหัวเราะเกิดขึ้น ระบบอื่นๆ จะทำงานตามระบบ ร่วมกัน เกี่ยวพันกัน ส่วนไหนที่ไม่เคยบริหารก็จะถูกกระตุ้น จะเกี่ยวโยงเป็นเครือข่ายของอวัยวะที่ทำเราให้เป็นคน ..... เริ่มกัน ก็เริ่มกันที่ใจ....
ขอบคุณมากครับ