ขอบคุณครับที่อาจารย์ฯ แนะนำพร้อมนีัผมก็ขออวยพรถึงผู้อ่านของ GotoKnow ด้วยความนึกถึงท่านติช นัทฮันท์ ด้วยความเคารพ (ขอโทษครับที่เขียนยาวตามเคย) Retreat“ทรีท”อะไรจึงต้องทำซ้ำ ซ้ำแบบไหนกัน อะไรที่ทำให้ต้องทำซ้ำซาก ฝรั่งมักใช้คำว่า re เป็นคำขึ้นต้น( ผมไม่ได้หมายว่าทุกคำที่มี re ต้องเป็นแบบนั้นเสมอไปนะครับ) ส่วน treat ก็มักเป็นคำที่คนไทยรู้จักดีในแบบการเลือกปฏิบัติต่อคนที่อยากเอาใจใส่เป็นพิเศษกว่าคนอื่น แต่ทำไมกับ treat มันจึงกลายเป็น retreat ที่มีความหมายไปทางธรรมะได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผมเองเพิ่งมารู้จักคำนี้ตอนที่ภรรยาชวนไปปฏิบัติธรรมกับท่านติช นัทฮันห์ ขณะที่ท่านมาเป็นผู้นำการปฏิบัติธรรมดังกล่าวที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่นครนายก ขณะนั้นยังไม่มีสาขาของหมูบ้านพลัมในประเทศไทยเกิดขึ้น ผมกับภรรยาก็ได้ไปร่วม retreat กับท่านติชฯ แม้จะไม่ได้อะไรติดตัวมามาก แต่ความประทับใจในตัวบุคคลและตระหนักถึงธรรมะอันลึกซึ้งอีกแบบหนึ่งของพุทธมหายานRetreat คือการปลีกวิเวก หรือถือเอาสันโดษเป็นที่ตั้ง หรือการหยุดกิจกรรมทางโลก เพื่อไปสู่สถานที่ หรือบริเวณที่สงัด เป็นที่เหมาะแก่การปฏิบัติตนในทางจิตใจ ซึ่งน่าจะตรงกับภาษาพระว่า “สัปปายะ” ซึ่งหากนำคำอธิบายจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรมของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) จะประกอบด้วยสิ่งเกื้อกูลการปลีกวิเวกหรือ retreat ครบถ้วนทั้งเจ็ดประการ ได้แก่ 1. อาวาสสัปปายะ (ที่อยู่เหมาะสม) 2.โคจรสัปปายะ (มีอาหารที่จะหาบริโภคไม่ขัดสน) 3. ภัสสาสัปปายะ (มีการสนทนาที่เอื้อประโยชน์ทางจิตใจ) 4. ปุคคลสัปปายะ (มีบุคคลที่เหมาะสม-สมควรแก่ธรรม ที่มาอยู่ ณ ที่นั้น) 5. โภชนสัปปายะ (มีชนิดอาหารที่เหมาะต่อการบริโภค) 6.อุตุสัปปายะ (สภาพอากาศที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันนั้น) 7. อิริยาปถสัปปายะ (บุคคลสามารถเลือกปฏิบัติในอิริยาบถที่เหมาะต่อการปฏิบัติธรรมแห่งตน)ถ้าจะเอาหลักการของหมู่บ้านพลัม ตามที่ผมเข้าใจหรือได้รับทราบมา ที่นิยมให้มีการจัดปลีกวิเวกเป็นหมู่คณะในฤดูฝน ที่พระพุทธเจ้าต้องการให้พระภิกษุจำพรรษาในวัด เพื่อเร่งรัดในการปฏิบัติธรรมให้ได้ผลและนำสิ่งที่รู้ไปสั่งสอนประชาขนหลังออกพรรษา ดังนั้นจึงเป็นเวลาเหมาะสมที่จะให้บุคคลภายนอกที่อยากจะแสวงหาทางหลุดพ้น หรืออย่างน้อยก็โน้มน้าวใจได้ในระดับหนึ่ง… ได้เข้ามาสู่สถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อปลีกวิเวกในเวลาดังกล่าว ในท่ามกลางสงฆ์ทั้งหมด … หาความสุขสงบอันควรแก่ฆราวาสวิสัย หากจิตยังเตลิดอยู่กับโลกกียสุข ที่เป็นกิเลสตัณหาทางโลก ที่นี่ก็จะใช้ระฆังแห่งสติส่งเสียงเตือนให้กลับมาอยู่กับตัวเอง ระฆังแห่งสติอันหนึ่งที่ผมได้มาจากงานสวนโมกข์กรุงเทพฯ ที่คณะสงฆ์จากหมู่บ้านพลัมนครราชสีมา เป็นผู้จัดงาน เสียงมันยังดีเหมือนเดิม ถ้าในทุกวันนี้ ผมยังเป็นผู้ตีระฆังนั้นด้วยตนเอง มันก็กังวานแว่ว ทั่วทั้งห้อง และในใจไปอีกครู่หนึ่งก่อนที่เสียงกังวานแว่วจะค่อยๆ ซับหายไป แต่ถ้าวันใดที่ผมเพิกเฉย ระฆังก็จะไม่ส่งเสียงสักนิดให้ได้ยิน (ผมจึงบันทึกนี้เมื่อ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 03.30 น. เพื่อเตือนให้ตัวเอง ได้อัญเชิญระฆังเพื่อให้สติอยู่กับตัวเองทุกครั้งที่เผลอไผลไปกับโลกียสุข จนลืม retreat ปรนนิบัติตนให้เหมาะกับธรรมอันสมควรแก่ธรรมอีกครั้ง และตลอดไป)ป.ล.ข้างล่างนี้เป็นเสียงระฆังของหมู่บ้าน Plum Village
Inviting the Bell | Thich Nhat Hanh (short teaching video) - YouTube Mindfulness Bell - A 5 Minute Mindfulness Meditation - YouTubeHow to invite the bell - Google Searchสวัสดีปีใหม่ครับ