สวัสดีค่ะ

 

ตามมาดูจากเว็บไซต์ www.franchisedd.com   ได้อ่านมาตรฐานที่กำลังทำกันอยู่นี้  ดิฉันรู้สึกดีใจมากๆ ที่มีใครสักคน ออกมาทำอะไรสักอย่างกับ คำว่า "แฟรนไชส์" ในเมืองไทยกันเสียที

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ซื้อแฟรนไชส์สปาแห่งหนึ่ง เจ้าของเป็นดารา เป็นที่รู้จักพอสมควร  ด้วยชื่อเสียงของเข้าของ และ รูปแบบการให้บริการทำให้ดิฉันตัดสินใจลงทุน ด้วยเงินรวมทั้งสิ้น 2 ล้านบาทกว่า   ตอนแรกก่อนเซ็นสัญญา เจ้าหน้าที่ทั้งชายหญิง ก็ดูแลดิฉันอย่างดี  ให้ความเคารพ และ สุภาพกับดิฉันมากๆ  ให้คำแนะนำ พร้อมทั้งบอกขั้นตอนว่าจะช่วยดิฉันทำในหลายๆ เรื่อง เช่น ช่วยโปรโมทในหนังสือ  ช่วยโปรโมทสาขาของดิฉันให้เป็นที่รู้จักของคนย่านนั้น   พูดดีมากๆ แต่พอดิฉันเซ็นสัญญา จ่ายสตางค์เปิดร้านแล้ว  มันกลับกลายเป็นคนละเรื่องเลยค่ะ

 มีช่างมาตกแต่งร้านตึกแถวที่ดิฉันเช่าอยู่   พอตกแต่งร้านให้เป็นตามแบบของเขาเสร็จ  ช่างมาเบิกตังค์จากดิฉันเพิ่มเติม  บอกว่าค่าตกแต่งร้านนั้น เกินไปกว่าที่บริษัทกำหนดไว้  ส่วนที่เหลืออีก  36,200  บาท  ดิฉันต้องจ่ายเอง   ดิฉันโทรไปที่บริษัท  เขาก็บอกว่า ห้องตึกแถวของดิฉันมีขนาดเกินมาตรฐานของเขาไป  ทั้งๆ ที่ ในแบบแปลนก็ไม่ได้ระบุแต่ทีแรกว่า ขนาดร้านต้องเป็นเท่าไหร่   ดิฉันรู้สึกหน้าชา  มือไม้ หัวใจมันสั่น  จะเล่าให้สามีฟัง  สามีก็เป็นคนใจร้อนมากๆ  เป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่แล้ว ไม่อยากจะให้เสียชื่อเสียงกันว่าภรรยา โดนเขาหลอกเอาแบบนี้   สุดท้ายดิฉันก็จ่ายไป  คิดซะว่า เสียน้อยเสียยาก ไม่ดี   ค่าแฟรนไชส์ เป็นล้าน ก็จ่ายเขาไปแล้ว

 พอตกแต่งร้าน เปิดตัวร้านเสร็จ  ดิฉันพบเจ้าหน้าที่จากบริษัทมาช่วยดิฉันให้ข้อมูลในวันที่เปิดร้าน  แต่หลังจากนั้นไป  ไม่ว่าดิฉันจะโทรไปชวน โทรไปคุย  หรือ แม้แต่ต่อว่า ว่าทำใมไม่มาช่วยพี่อีกเลยล่ะ  ก็ไม่เห็นมีมากันซักคน   มีแต่พนักงานหน้าร้านกับพนักงานนวดที่ดิฉันหามาเองเท่านั้น  นั่งมองหน้ากันแล้วก็เศร้า   ลูกค้าไม่เข้าร้าน   การตลาดบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นมีใครรู้จัก    ของเราก็ไม่ได้แพง  ปิดป้ายลดแล้ว ลดอีก  แถมแล้ว แถมอีก ก็ไม่มีคน 

เพื่อนดิฉัน อยู่จังหวัดตรัง มาเยี่ยมที่ร้าน เขาฟันธงว่า ปิดร้านเถอะ   ดิฉันเพิ่งเปิดมาได้ 3 เดือน  เพื่อนบอกให้ปิดร้าน เพราะทำเลไม่ดีเอามากๆ  ดิฉันก็ไม่อยากจะเชื่อ  ใจก็อยากสู้ต่อ    มองไปดูร้านนวดผิว ขัดผิว  กรอหน้าข้างๆ  ทำใมมีคนเข้าออกตลอดเวลา   ปิดสติกเกอร์มาบ้าง   ถือถุงของร้านออกมากบ้าง   ดูเขาขายดีกันจัง  ห่างกันแต่ 3 ล็อคเท่านั้นเอง แล้วจะให้ดิฉันเชื่อว่าทำเลไม่ดีได้อย่างไร   สุดท้าย  ดิฉันทนเปิดมา 1 ปี 1 เดือน   อุ้มเงินเดือนพนักงานหน้าร้าน เดือนละ 10000 บาท  พนักงานนวด อีกสองคน คนละ 8000    พนักงานเสริมความงามอีก 1 คน  12000 บาท   ค่าเช่าร้านเดือนละ 20000 บาท     

ไม่มีใครช่วยฉันได้เลย   ทำใมวงการนี้ ถึงได้หลอกลวงกันได้อย่างหน้าเลือด หน้าตายอย่างนี้   เงินสะสมของดิฉันกับสามี หาบวับไปกับตา 3 ล้านบาท    นี่ถือว่ายังมีบุญอยู่  ใช้เงินของตัวเอง  ถ้าเป็นเงินกู้แบงค์ล่ะก้อคงลาตายแน่นอน  อายุก็มากแล้วค่ะ ปีนี้ 54  ไม่มีปัญญาหามาใช้เค้าได้ทันแล้ว

 หลังจากปิดตัวลง  ดิฉันก็ท่องไปเรื่อยๆ ในเว็บพันทิพย์บ้าง  เว็บ เอสเอ็มอีบ้าง  หาดูว่ามีใครเจอแบบดิฉันบ้าง  จะได้ร่วมกันฟ้องบริษัทบ้าง เผื่อจะได้เงินคืนมา  พอดีมาเจอเว็บแฟรนไชส์ดีดี   แล้วตามมาที่นี่  ขออนุญาตเล้าฝากไว้ตรงนี้ให้เป็นอุทธาหรณ์นะคะ

ดิฉันอยากให้มีคนมาช่วยกันทำมาตรฐานแฟรนไชส์ หรือ อะไรก็ได้ที่จะช่วยบ่งชี้ว่าใครดี ใครทิ้งลูกค้า  ให้เสร็จเร็วๆ   ฟังเรื่องของดิฉันแล้วท่านผู้อ่านคงเข้าใจ


พจนารถ
คุณแม่ ลูก 3