คุณ jrp13th (ผมตัดไม้เอกออก): มีกรณีแบบนี้ในชีวิตจริงครับ ตัวอย่างชัดๆ คงเล่าไม่ได้หรอกครับ เป็นเรื่องภายในบริษัท
อาจมีหลายท่านเหมือนกันที่เห็นว่า "คนเป็นนาย" เป็นอุดมคติเกินไป แต่อาจจะไม่กล้าพูดตรงๆ ด้วยความเกรงใจหรืออะไรก็แล้วแต่; "คนเป็นนาย" นั้นเขียนจากประสบการณ์ครับ เขียนจากแนวคิดที่เป็นอยู่ มีผู้ร่วมประสบการณ์ตามมาอ่านกันบ้างแต่ว่าไม่ค่อยแสดงตัว บางทีก็มาหาเหตุผลว่าทำไมสิ่งต่างๆ จึงเป็นไปแบบที่เป็นอยู่
สำหรับท่านที่ไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมกัน ก็ขอเรียนว่าสิ่งที่เขียนเป็นไปได้ครับ เพียงแต่บางที เรามักรู้สึกว่าทำไม่ได้ ติดขัดที่โน่นที่นี่ ระเบียบไม่เอื้ออำนวย คนไม่เจ๋งพอ หรืออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย
แต่ที่แนวคิดอย่างนี้กลายเป็นส่วนของการทำงานปกติ ก็เพราะว่าทำให้มันเป็นปกติมาตั้งแต่เริ่มแรก เป็นเพราะผมโชคดีที่ได้รับโอกาสให้เริ่มทำกับองค์กรขนาดเล็ก และผู้คน buy-in แนวคิดนี้มาตั้งแต่แรก(มั๊งครับ) เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น คนใหม่ๆ เข้ามาก็พยายามปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
ในองค์กร มีงานหลายอย่างครับ ผมคิดว่าหม้อรั่วใบนั้น คงเหมาะกับที่ใดที่หนึ่ง สามารถพิสูจน์ตนเองว่า "คุ้มค่า" ได้
เครื่องมือพิสูจน์อย่างหนึ่งคือการโยกย้ายและการจัดผังองค์กรครับ บริษัทผมทำบ่อยเพราะลักษณะงานเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ไม่อยากให้สรุปว่าควรทำบ่อย เรื่องนี้ต้องดูความเหมาะสมหลายๆ ด้าน แต่ถ้าทำหลายอย่างแล้วยัง "ไม่คุ้มค่า" คงต้องสรุปว่าไม่คุ้มครับ เป็นปัญหาตั้งแต่ต้นทาง คือกระบวนการคัดสรรคนเข้ามาในองค์กร การประเมินช่วงทดลองงาน ซึ่งยากเหมือนกันนะครับ
คงต้องเป็นนายที่เข้าใจลูกน้อง อ่านเขาให้ชัดเจนและถูกต้อง เพื่อที่ assignment จะเป็นสิ่งที่เขาถนัด เกิดความมั่นใจในตัวเอง และองค์กรก็ได้งานด้วย
ใน "เกี่ยวกับบล๊อกนี้" ของคนเป็นนาย เขียนไว้ว่า บล๊อกนี้มีอัตราการเขียนบันทึกต่ำ เนื่องจากไม่ต้องการจะฝืน เขียนเพื่อให้คิด ไม่ได้ต้องการจะให้เชื่อ หากท่านผู้อ่าน ทั้งลูกค้าประจำและขาจร สงสัยหรืออยากให้ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นใด สามารถใช้เรียกบริการได้ที่ สอบถาม Conductor
คุณณิชนันทน์
: แนวคิดของอาซิ้มนั้น มองและเข้าใจสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ไม่ฝืนธรรมชาติ ไม่ได้คาดหวังให้หม้อรั่วเป็นหม้อดี แกหาบน้ำได้วันละหม้อครึ่ง ก็ยังดีกว่าได้หม้อเดียวหากแกทิ้งหม้อรั่วไปเฉยๆ ใช่ไหมครับ น้ำที่ "สูญเสีย" แกก็ยังใช้ประโยชน์ไปปลูกแปลงดอกไม้ได้
ส่วนของหม้อรั่ว กลับไม่เข้าใจตัวเอง มัวแต่เอาตัวเองเทียบกับสิ่งที่ตนคิดว่า "สมบูรณ์แบบ" ทั้งๆ ที่ตนก็เป็นแบบนั้นไม่ได้ มองไม่เห็นงานและคุณค่าของตน เรียกได้ว่าไม่เข้าใจตนเองอย่างแท้จริง แต่หม้อรั่วดีอยู่อย่างนึงครับ คือพูดกับอาซิ้ม ปรับความเข้าใจกันครับ