28 กุมภาพันธ์ 2565

การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการขยะของท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่น (Clusters) ภายใต้กติกาหรือสัญญาอย่างน้อย 20 ปี (ดร.พีรยุตม์, 2565)

ท้องถิ่นต้องศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโดยละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่ต้องการพัฒนาจะสามารถตอบสนองความต้องการและเกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นได้จริง เช่น ในโครงการของกลุ่มท้องถิ่นที่เรียกว่า Cluster ควรครอบคลุมระบบการจัดการขยะของท้องถิ่นหรือของกลุ่มท้องถิ่นด้วย ซึ่งหมายถึงการคาดการณ์ปริมาณขยะและองค์ประกอบของขยะในอนาคต ระบบการเก็บขนในพื้นที่และการบริหารจัดการสถานีขนถ่ายของกลุ่มท้องถิ่น ในกรณีที่ต้องจัดให้มี และอัตราค่ากำจัดขยะที่ท้องถิ่นสามารถจะจ่ายได้ เป็นต้น

เช่น ตามนโยบายผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้ด้วยการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าในอัตราพิเศษที่เรียกว่า Adders (Adders ค่าไฟฟ้าของรัฐ ปี 2550) อปท.ควรมีปริมาณขยะรายวันเข้าสู่โครงการไม่น้อยกว่า 400 ตัน และท้องถิ่นยอมที่จะจ่ายค่ากำจัดขยะตันละ 400 บาท รัฐจะรับซื้อพลังงานไฟฟ้าในอัตราพิเศษเพิ่มจากอัตรารับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ที่ 3.50 บาทต่อหน่วย ทำให้โครงการมีระยะคุ้มทุนประมาณ 7 ปี ซึ่งปัจจุบันอัตราการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าแบบ Adders ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอัตรารับซื้อแบบ Feed in Tariff ที่สนับสนุนตลอดอายุโครงการ (เป็นเวลา 20 ปี สอดคล้องกับอายุของโครงการ) ทำให้โครงการมีรายได้หลักจากการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าและค่ากำจัดขยะ โดยทั่วไปสัดส่วนของรายได้ทั้งสองจะประมาณ 4 ต่อ 1 ทั้งนี้ ค่ากำจัดขยะที่กำหนดไว้ประมาณ 400 บาทต่อตัน เป็นค่าเฉลี่ยที่ท้องถิ่นโดยทั่วไปสามารถจ่ายได้

“Well begun is half done เริ่มต้นดีมีชัยกว่าครึ่ง”

การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการคือ ผลการสำรวจปริมาณและองค์ประกอบของขยะที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่น มีความสำคัญต่อการพิจารณาขนาดของโครงการ และการเลือกใช้วิธีการหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม ขนาดของโครงการก็คือปริมาณขยะที่คาดว่าจะถูกเก็บรวบรวมจากพื้นที่ท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่นเพื่อนำมากำจัดที่โครงการ และมีความสัมพันธ์กับการเลือกวิธีการหรือเทคโนโลยีตาม Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลภายใต้ คสช. 2557 กำหนดแนวทางการแบ่งขนาดและวิธีการกำจัดของโครงการ เช่น ท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่นที่มีปริมาณขยะรวมแล้วไม่เกิน 50 ตันต่อวัน จัดเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ให้เน้นการคัดแยกต้นทาง การนำขยะอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำปุ๋ยอินทรีย์ และมีระบบกำจัดแบบฝังกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาลรองรับ ท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่นที่มีปริมาณขยะรายวันมากกว่า 50 ตันแต่ไม่เกิน 300 ตัน จัดเป็นท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่นขนาดกลาง ให้เน้นการคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิด การนำขยะอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ย หรือผลิตก๊าซชีวภาพและพลังงานไฟฟ้า และมีระบบกำจัดแบบฝังกลบรองรับ สำหรับท้องถิ่นหรือกลุ่มท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีปริมาณขยะมากกว่า 300 ตันต่อวัน ควรมีระบบกำจัดแบบผสมผสานและการใช้เทคโนโลยีการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy) โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนและดำเนินการ

ข้อมูลการสำรวจปริมาณขยะและการคาดการณ์แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะ

เป็นปัจจัยสำหรับการพิจารณาขนาดของโครงการ ส่วนข้อมูลองค์ประกอบของขยะจะใช้ในการเลือกวิธีการหรือเทคโนโลยีการกำจัดขยะที่เหมาะสมของโครงการ จากนั้นจึงจะเป็นขั้นตอนของการประมาณการมูลค่าของโครงการ ในกรณีของโครงการขนาดใหญ่ รายงานการศึกษาความเป็นไปได้มักจะเสนอแนะทางเลือกในการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น การลงทุนด้วยงบประมาณของท้องถิ่น หรือการขอรับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด หรือการให้ภาคเอกชนลงทุนและดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมภาคเอกชนร่วมลงทุนซึ่งกำหนดไว้เพื่อ “พิจารณาอัตราการคืนทุน หรือที่เรียกว่า Internal Rate of Return”

กฎหมายที่ให้อำนาจการบริหารจัดการ

คือ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548

อ้างอิง

ท้องถิ่น, เอกชนและการจัดการขยะ โดย ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมอิสระ, มติชนออนไลน์, 9 กุมภาพันธ์ 2565, https://www.matichon.co.th/article/news_3172001

ท้องถิ่น, เอกชนและการจัดการขยะ (ตอนที่ 2) โดย ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมอิสระ, มติชนออนไลน์, 26 กุมภาพันธ์ 2565, https://www.matichon.co.th/article/news_3201290