ท่านอาจารย์ได้สรุปหัวใจของ “การสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่” ผ่านกระบวนวนการเสริมพลัง empowerment ซึ่งชุมชน-สังคม-ครอบครัว เป็นประธานหรือผู้คิด+ผู้ทำหลัก ผ่านการร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมหารือ (ในรูปแบบที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ทางสังคม” ) นำสู่ผลลัพธ์ที่จะเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนครอบครัว เปลี่ยนชุมชน ได้จริงและยั่งยืนกว่าการที่บุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุข ได้เคยไปทำให้ด้วยความปรารถนาดี เพราะบุคลากรท่านเหล่านั้นมีความรู้มากกว่า ซึ่งจัดเป็นการสร้างเสริมสุขภาพแบบเดิมๆ ซึ่งลงแรงอย่างเกือบจะสูญเปล่า เมื่อเทียบกับ “การสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่” ทั้งนี้ท่านคยอธิบายความหมายที่แท้ของ “การเสริมพลังชุมชน” ไว้หลายวาระว่า ….พลังในที่นี้หมายถึง พลังในการตัดสินใจ จำทำอะไร จะเลิกอะไร (เช่น หยุดยาวปีใหม่นี้ ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านจะดูแลให้ลูกหลานดื่มสุราได้แต่ดื่มแล้วไม่ขี่มอร์เตอร์ไซด์จนกว่าจะสร่างเมา) หรือ พลังในการควบคุมการใช้ทรัพยากร (เช่น เงิน 500 บาทซึ่งรัฐบาลเพิ่มโอนเข้าบัตรคนจน ครอบครัวร่วมกันคิดว่าควรนำไปใช้จ่ายอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์ต่อครอบครัวมากที่สุด) พลังที่ว่านี้ไม่อาจโอนจากหมอ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขไปยังชาวบ้านได้โดยการอบรมสอน แต่เสริมให้ชาวบ้านมีโอกาสได้ทำกับมือ แล้วเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก โดยมีการชวนทบทวนสิ่งที่ทำว่าได้ผลเพราะอะไร ถ้าไม่ได้ผลต้องปรับปรุงอะไรได้….(ตัวอย่างในวงเล็บ ผมยกมาให้เหมาะกับเหตุการณ์ขณะนี้ครับ)