ต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ผมมีความรู้ปฏิบัติเรื่อง CoP น้อยมาก ถือว่าเป็นการแสดงมุมมองในฐานะคนที่ยืนอยู่นอกวง ก็แล้วกันนะครับ ว่าโดยส่วนตัวคิดเห็นอย่างไรกับการออกแบบ CoP ผึ้งครั้งนี้
ผมเข้าใจว่า CoP นี้ มีสมาชิก 2 กลุ่มใหญ่ๆ
กลุ่มแรก คือนักวิชาการ จาก มน. และ
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้ง
ผมเดาเอาเองนะครับเพราะไม่ทราบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 กลุ่มดังกล่าวจริงๆ ว่า ทั้งสองกลุ่มมีความคุ้นชินกับวิถีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากเป็นอย่างที่ผมเดา ก็หมายความว่า การออกแบบเวที ลปรร ของทั้ง 2 กลุ่มอาจจะต้องดูแบบละเอียดนิดหนึ่ง ผมไม่ได้หมายความว่าทั้ง สองวงจะต้องแยกออกจากกันนะครับ เพียงแค่อยากมองให้เห็นว่ามีความเหมือนหรือความต่างของวัฒนธรรม ลปรร มากน้อยเพียงใด พอเห็นแล้วก็จะได้หาจุดเชื่อมต่อ เพื่อยกระดับความรู้จากความรู้ปฏิบัติ เป็นความรู้เชิงวิทยาศาสตร์มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งจะได้มองหาจุดเชื่อมต่อระหว่าง ความรู้เดิมของผู้เลี้ยงผึ้ง กับ ความรู้ในเชิงวิทยาการใหม่ ให้เกิดการผสมได้อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น
อย่าลืมความสัมพันธ์ระหว่าง คุณอำนวย กับ คุณกิจ นะครับ อย่าเผลอเล่นบท คุณอำนาจ โดยไม่รู้ตัวนะครับ
สำหรับความเชื่อของผม การออกแบบเวที ลปรร (ทั้งจริงและเสมือน) ผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะจะมีผลต่อความต่อเนื่องในระยะยาว การเกิดความเป็นเจ้าของของคนในชุมชนจะเป็นกาวใจอย่างดีครับตรงนี้ต้องหาปรอทวัดดีๆนะครับ เพราะตรงนี้มักจะเจอของปลอมได้ง่าย และที่สำคัญต้องหาให้เจอว่า ผลที่ชัดเจนว่าเมื่อเมื่ออยู่ในชุมชนนี้แล้วจะได้อะไร?
ได้ผลผลิตมากขึ้น? ได้เพื่อนมากขึ้น? ได้รู้เรื่องการทำธุรกิจเลี้ยงผึ้งมากขึ้น? ได้ความมั่นใจมากขึ้น? ได้ใจคนมากขึ้น? ได้ความสุขใจมากขึ้นจากการช่วยกันรวบรวมหรือสร้างความรู้ใหม่ๆมากขึ้น หรืออื่นๆอีกร้อยแปดพันเก้า.......... ตรงนี้คำตอบต้องไปหาที่ชุมชนแล้วหละครับ
เพราะหากคนรู้สึกว่าทำแล้วดี มีความประทับใจเขาก็คงจะช่วยกันรักษาความเหนียวแน่นกันต่อไปนานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่งกำลังใจมาช่วยครับ ขอให้ CoP เป็นวง ลปรร ของจริงและเป็นตัวอย่างให้กับสังคมไทยในอนาคตอันใกล้นี้ครับ